"อี แจ-มยอง" เผยคุย "ทรัมป์" ปลดนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ชี้ สหรัฐฯ เท่านั้นที่คุยได้

Share on Line Share on Facebook Share on X
"อี แจ-มยอง" เผยคุย "ทรัมป์" ปลดนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ชี้ สหรัฐฯ เท่านั้นที่คุยได้

ประธานาธิบดี อี แจ-มยองของเกาหลีใต้ เปิดเผย หลังการพบปะพูดคุยในประเด็นสำคัญกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ในการประชุมสุดยอด G7 ว่าทร้มป์เอ่ยปากเองว่า ได้เวลาแล้วที่จะกลับมาให้วคามสนใจกับเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะเรื่องนิวเคลียร์ 


ประธานาธิบดีอี แจ-มยองของเกาหลีใต้ เปิดเผยวันนี้ (19 มิถุนายน) ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เชื่อว่า ถึงเวลาแล้วที่จะกลับมาให้ความสำคัญกับประเด็นเกาหลีเหนืออีกครั้ง โดยเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ทั้งสองผู้นำหารือกันระหว่างการประชุมสุดยอด G7 เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา 


อี ระบุว่า ประเด็นที่ใช้เวลาพูดคุยกับทรัมป์มากที่สุดคือปัญหานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือและแนวทางการรับมือในอนาคต โดยอี ระบุว่า ทรัมป์ได้บอกชัดว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องกลับมาให้ความสนใจกับประเด็นนี้อีกครั้ง 


ตามข้อมูลจากทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ผู้นำทั้งสองนั่งติดกันในงานเลี้ยงรับรองผู้นำ G7 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (16 มิถุนายน) และได้สนทนากันนานกว่า 90 นาทีในประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ 

สรุปข่าว

ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง เปิดเผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์เห็นว่าถึงเวลาที่สหรัฐฯ และพันธมิตรต้องกลับมาให้ความสำคัญกับปัญหานิวเคลียร์เกาหลีเหนืออีกครั้ง โดยทั้งสองผู้นำได้หารือเรื่องนี้เป็นเวลานานระหว่างการประชุม G7

ประธานาธิบดี อี แจ-มยองของเกาหลีใต้ เปิดเผย หลังการพบปะพูดคุยในประเด็นสำคัญกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ในการประชุมสุดยอด G7 ว่าทร้มป์เอ่ยปากเองว่า ได้เวลาแล้วที่จะกลับมาให้วคามสนใจกับเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะเรื่องนิวเคลียร์ 


ประธานาธิบดีอี แจ-มยองของเกาหลีใต้ เปิดเผยวันนี้ (19 มิถุนายน) ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เชื่อว่า ถึงเวลาแล้วที่จะกลับมาให้ความสำคัญกับประเด็นเกาหลีเหนืออีกครั้ง โดยเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ทั้งสองผู้นำหารือกันระหว่างการประชุมสุดยอด G7 เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา 


อี ระบุว่า ประเด็นที่ใช้เวลาพูดคุยกับทรัมป์มากที่สุดคือปัญหานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือและแนวทางการรับมือในอนาคต โดยอี ระบุว่า ทรัมป์ได้บอกชัดว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องกลับมาให้ความสนใจกับประเด็นนี้อีกครั้ง 


ตามข้อมูลจากทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ผู้นำทั้งสองนั่งติดกันในงานเลี้ยงรับรองผู้นำ G7 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (16 มิถุนายน) และได้สนทนากันนานกว่า 90 นาทีในประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ 

ก่อนหน้านั้น อี ยังได้ขอให้ทรัมป์มีบทบาทนำในการแก้ไขปัญหาเกาหลีเหนือ เช่นเดียวกับที่เขามีส่วนช่วยในการยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน 


อี ยังเผยอีกว่า ทรัมป์แสดงอาการเสียดายที่ในอดีตไม่มีมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ก่อนที่เกาหลีจะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ ซึ่งสะท้อนถึงข้อจำกัดของความพยายามปลดอาวุธนิวเคลียร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา 


อีย้ำกับทรัมป์ว่า ปัญหานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือนั้น ไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกันกับที่ประชาคมโลกใช้กับประเทศอื่นๆ ได้ 


เมื่อทรัมป์ถามกับอีว่า แล้วควรใช้แนวทางใดในการจัดการ อี อธิบายว่า ปัจจุบันช่องทางการสื่อสารระหว่างเกาหลีใต้และเกาเหลือนั้นถูงตัดขาดแทบทั้งหมด ทำให้โอกาสในการเจรจาโดยตรงมีอยู่อย่างจำกัด อี จึงเสนอว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีศักยภาพเพียงพอในการเปิดการเจรจากับเกาหลีได้ 


อีระบุว่า เขาได้เสนอให้รัฐบาลวอชิงตันจัดทำข้อเสนอที่ “ดูจับต้องได้จริงและเกาหลีเหนือสามารถยอมรับได้” พร้อมรับฟังความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและกองทัพสหรัฐฯ ที่สนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่ยืดหยุ่นมากขึ้น  


นอกจากนี้ อียังสนับสนุนแนวทางปลดอาวุธนิวเคลียร์แบบเป็นขั้นเป็นตอน โดยเริ่มจากการ “แช่แข็ง” กิจกรรมทางนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือก่อน จากนั้นจึงค่อยลดขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ และมุ่งสู่การปลดอาวุธในระยะยาว เมื่อความไว้วางใจและสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงเอื้ออำนวยมากขึ้น

ส่วนศาลกรุงโซลมีคำพิพากษาวันนี้ ให้จำคุก คิม ยง-ฮยอน อดีตรัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ เป็นเวลา 3 ปี ฐานเปิดเผยความลับทางทหารให้แก่พลเรือน ก่อนความพยายามประกาศกฎอัยการศึกที่ล้มเหลวของอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2024 


โดยศาลวินิจฉัยว่า คิมมีความผิดฐานร่วมกันส่งมอบรายชื่อเจ้าหน้าที่ข่าวหรองทางทหารมากกว่า 40 นาย ให้เแก่ โน ซัง-วอน อดีตนายพลและอดีตผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองกลาโหม ระหว่างเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ปี 2024


อัยการพิเศษระบุว่า ทั้งสองมีแผนนำรายชื่อดังกล่าว ซึ่งรวมถึงข้อมูลของสายลับและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการลับไปใช้จัดตั้งหน่วยสืบสวนพิเศษภายใต้กฎอัยการศึก เพื่อใช้สอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง 



ก่อนหน้านี้ เพียงหนึ่งสัปดาห์ คิมเพิ่งถูกศาลสั่งจำคุก 30 ปี ในคดีสั่งการให้ส่งโดรนทหารเข้าไปในกรุงเปียงยาง เพื่อสร้างสถานการณ์ที่อาจถูกใช้เป็นเหตุผลรับรองการประกาศกฎอัยการศึกของอดีตประธานาธิบดี ยุน 

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters