ไฟเซอร์ยืนยัน "ไวรัสฮันตา" ไม่ใช่ผลข้างเคียง จากวัคซีนต้านโควิด-19

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไฟเซอร์ยืนยัน "ไวรัสฮันตา" ไม่ใช่ผลข้างเคียง จากวัคซีนต้านโควิด-19

ในช่วงที่ผ่านมามีการแชร์ข้อมูลที่ทำให้หลายคนตกใจว่า "ไวรัสฮันตา" ที่กำลังระบาดอยู่บนเรือสำราญในขณะนี้ คือหนึ่งในผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ เรื่องนี้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดเป็นวงกว้าง


จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักข่าว Reuters และหน่วยงานสาธารณสุขระดับสากล พบว่าข้อมูลดังกล่าว “ไม่เป็นความจริง"


ต้นตอของความเข้าใจผิด เริ่มมาจาก มีชาวเน็ตโพสต์ภาพเอกสารของไฟเซอร์บนเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา อ้างว่า ภาวะปอดอักเสบจากไวรัสฮันตา เป็นผลข้างเคียงของวัคซีนโควิดไฟเซอร์  แต่ประเด็น ภาพเอกสารนั้น “ไม่ใช่รายการของผลค้างเคียง” แต่เป็น “อาการทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีน” เท่านั้น 

สรุปข่าว

กระแสโซเชียลเผยข้อมูลคลาดเคลื่อนว่า “ไวรัสฮันตา” บนเรือสำราญเป็นผลข้างเคียงวัคซีนไฟเซอร์ ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในวงกว้าง ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวสร้างความเข้าใจผิดและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากไม่มีหลักฐานยืนยันความเชื่อมโยง

ในช่วงที่ผ่านมามีการแชร์ข้อมูลที่ทำให้หลายคนตกใจว่า "ไวรัสฮันตา" ที่กำลังระบาดอยู่บนเรือสำราญในขณะนี้ คือหนึ่งในผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ เรื่องนี้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดเป็นวงกว้าง


จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักข่าว Reuters และหน่วยงานสาธารณสุขระดับสากล พบว่าข้อมูลดังกล่าว “ไม่เป็นความจริง"


ต้นตอของความเข้าใจผิด เริ่มมาจาก มีชาวเน็ตโพสต์ภาพเอกสารของไฟเซอร์บนเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา อ้างว่า ภาวะปอดอักเสบจากไวรัสฮันตา เป็นผลข้างเคียงของวัคซีนโควิดไฟเซอร์  แต่ประเด็น ภาพเอกสารนั้น “ไม่ใช่รายการของผลค้างเคียง” แต่เป็น “อาการทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีน” เท่านั้น 

ไวรัสฮันตา ปกติจะแพร่เชื้อจาก "หนู" สู่คน ผ่านการสัมผัสปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายของหนูที่ติดเชื้อ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตหรือส่วนประกอบของวัคซีนประเภท mRNA เลย และจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์หรือเคสผู้ป่วยแม้แต่รายเดียวที่ยืนยันว่า การฉีดวัคซีน Pfizer นำไปสู่การติดเชื้อไวรัสฮันตา

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters