อังกฤษใช้เวลา 8 สัปดาห์พัฒนาวัคซีนอีโบลา และกำลังเตรียมทดสอบในมนุษย์

Share on Line Share on Facebook Share on X
อังกฤษใช้เวลา 8 สัปดาห์พัฒนาวัคซีนอีโบลา และกำลังเตรียมทดสอบในมนุษย์

มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเริ่มการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 ของวัคซีนป้องกันเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo ebolavirus หรือ BDBV) ซึ่งนับเป็นการทดลองในมนุษย์ครั้งแรกของโลก หลังการระบาดที่ยังคงดำเนินอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและประเทศยูกันดา

สรุปข่าว

มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเริ่มการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 ของวัคซีนป้องกันเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว ที่กำลังระบาดหนักในประเทศคองโก โดยถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ได้พัฒนาวัคซีนสำหรับสายพันธุ์นี้

มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเริ่มการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 ของวัคซีนป้องกันเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo ebolavirus หรือ BDBV) ซึ่งนับเป็นการทดลองในมนุษย์ครั้งแรกของโลก หลังการระบาดที่ยังคงดำเนินอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและประเทศยูกันดา

การศึกษาจะดำเนินการในอาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 50 คน อายุระหว่าง 18-55 ปี เพื่อประเมินความปลอดภัยของวัคซีน รวมถึงดูว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดีเพียงใด ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับสมัครอาสาสมัครเข้าสู่การศึกษา ก่อนเริ่มฉีดวัคซีนและติดตามผลตามขั้นตอนหลังได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล

เพื่อให้สามารถเริ่มการทดลองได้อย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตวัคซีนได้เร่งผลิตวัคซีนต้นแบบภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ และสำรองวัคซีนไว้ประมาณ 620,000 โดสสำหรับการใช้งานในอนาคต พร้อมจัดส่งวัคซีนสำหรับการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 จำนวน 4,000 โดส

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรด้านการเตรียมพร้อมรับมือโรคระบาดระดับโลก ภายใต้งบประมาณราว 8.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว และหากผลการทดลองเป็นไปด้วยดี ก็มีแผนขยายการศึกษาทางคลินิกในระยะต่อไป เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับการขออนุมัติใช้วัคซีนในกรณีฉุกเฉินหรือขึ้นทะเบียนใช้งานในอนาคต

วัคซีนตัวนี้พัฒนาบนแพลตฟอร์มไวรัลเวกเตอร์เดียวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของออกซ์ฟอร์ด/แอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งเคยถูกประเมินว่าสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากกว่า 6 ล้านคนในปีแรกที่เริ่มใช้งาน จึงทำให้สามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีเดิมมาต่อยอดเพื่อรับมือกับการระบาดครั้งใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

การระบาดของอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียวยังคงส่งผลกระทบอย่างหนักต่อประชาชนในพื้นที่ และองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศเมื่อไม่นานมานี้ การพัฒนาวัคซีนจนสามารถเริ่มทดลองในมนุษย์ได้ภายในเวลาเพียง 57 วันหลังการประกาศดังกล่าว ถือเป็นก้าวสำคัญของการรับมือโรคระบาด และสะท้อนให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ผู้ผลิตวัคซีน และองค์กรด้านสาธารณสุขจากหลายประเทศ สามารถเร่งการพัฒนาเครื่องมือรับมือโรคอุบัติใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม การทดลองระยะที่ 1 ยังเป็นเพียงขั้นตอนแรกของการพัฒนาวัคซีน มีเป้าหมายหลักเพื่อประเมินความปลอดภัย ความสามารถในการทนต่อวัคซีน และการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในอาสาสมัคร ยังไม่ใช่วัคซีนที่พร้อมนำมาใช้ควบคุมการระบาดในทันที หากผลการศึกษามีความน่าพอใจ วัคซีนจะต้องผ่านการทดลองในระยะต่อไปก่อนที่จะได้รับการพิจารณาอนุมัติใช้งานจริง

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระบุว่า แม้การทดลองในระยะเริ่มต้นจะยังไม่ใช่คำตอบสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญการระบาดในปัจจุบัน แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครื่องมือสำหรับรับมือการระบาดครั้งนี้และการระบาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างนานาชาติ เพื่อให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงวัคซีนได้อย่างรวดเร็วและเท่าเทียมเมื่อวัคซีนผ่านการพัฒนาในทุกขั้นตอนแล้ว

ที่มาข้อมูล : UNIVERSITY OF OXFORD

ที่มารูปภาพ : AFP

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย

แท็กบทความ