"หมอกฤชรัตน์" มองทองไทยไม่น่าหลุด 6 หมื่น แนะระยะยาวทยอยสะสม

Share on Line Share on Facebook Share on X

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE ว่าตอนนี้ราคาทองคำผันผวนสูงและเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งจากตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ทองคำโลกหลุดแนวรับ 3,950 เหรียญ ทองไทยลดลงราว 1,500 บาท

นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่าราคาทองคำต่างประเทศหลุดแนวรับสำคัญที่ 3,950 เหรียญ และทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ 3,870 เหรียญในคืนวันศุกร์ ราคาทองคำในประเทศจึงปรับลงประมาณ 1,500 บาทต่อบาททองคำในช่วงเช้าวันเสาร์ ขณะให้สัมภาษณ์ ราคาอยู่ที่ประมาณ 62,400 บาท

หุ้นเทค บอนด์ยีลด์ และ Risk-off กดดันราคาทอง

ปัจจัยที่กดดันราคาทองคำมีดังนี้

  • หุ้นเทคโนโลยี: หุ้นกลุ่ม Nasdaq ปรับตัวลงต่อเนื่อง 3 สัปดาห์
  • บอนด์ยีลด์: ปรับสูงขึ้นในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนจึงขายทองคำเพื่อย้ายเงินไปลงทุนในพันธบัตร
  • นโยบายการเงิน: ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
  • ความกังวลอื่น ๆ: ความตึงเครียดเรื่องราคาน้ำมันระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และข่าวการแฮ็ก Binance

นอกจากนี้ สภาพคล่องที่ตึงตัวทำให้กองทุนขนาดใหญ่ย้ายเงินไปถือเงินสดและพันธบัตร ในเดือนตุลาคม SPDR Gold Trust ก็ขายสุทธิด้วย

"สภาวะการลงทุนเข้าในโหมด Risk-off คือการขายทุกสินทรัพย์" นพ.กฤชรัตน์ กล่าว

สรุปข่าว

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ระบุว่าราคาทองคำโลกหลุดแนวรับ 3,950 เหรียญ และทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ 3,870 เหรียญ ปัจจัยกดดันมาจากหุ้นเทคโนโลยีที่อ่อนตัว บอนด์ยีลด์ที่ปรับสูงขึ้น และตลาดที่เข้าสู่โหมด Risk-off เขาประเมินว่าทองคำไทยไม่น่าหลุดระดับ 60,000 บาท โดยให้แนวต้านที่ 4,000 เหรียญ หรือประมาณ 63,500 บาท นักลงทุนระยะกลาง-ยาวควรทยอยซื้อสะสมแทนการซื้อครั้งเดียว ส่วนนักลงทุนระยะสั้นต้องบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด เพราะราคาเหวี่ยงได้วันละ 20-100 เหรียญ

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE ว่าตอนนี้ราคาทองคำผันผวนสูงและเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งจากตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ทองคำโลกหลุดแนวรับ 3,950 เหรียญ ทองไทยลดลงราว 1,500 บาท

นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่าราคาทองคำต่างประเทศหลุดแนวรับสำคัญที่ 3,950 เหรียญ และทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ 3,870 เหรียญในคืนวันศุกร์ ราคาทองคำในประเทศจึงปรับลงประมาณ 1,500 บาทต่อบาททองคำในช่วงเช้าวันเสาร์ ขณะให้สัมภาษณ์ ราคาอยู่ที่ประมาณ 62,400 บาท

หุ้นเทค บอนด์ยีลด์ และ Risk-off กดดันราคาทอง

ปัจจัยที่กดดันราคาทองคำมีดังนี้

  • หุ้นเทคโนโลยี: หุ้นกลุ่ม Nasdaq ปรับตัวลงต่อเนื่อง 3 สัปดาห์
  • บอนด์ยีลด์: ปรับสูงขึ้นในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนจึงขายทองคำเพื่อย้ายเงินไปลงทุนในพันธบัตร
  • นโยบายการเงิน: ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
  • ความกังวลอื่น ๆ: ความตึงเครียดเรื่องราคาน้ำมันระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และข่าวการแฮ็ก Binance

นอกจากนี้ สภาพคล่องที่ตึงตัวทำให้กองทุนขนาดใหญ่ย้ายเงินไปถือเงินสดและพันธบัตร ในเดือนตุลาคม SPDR Gold Trust ก็ขายสุทธิด้วย

"สภาวะการลงทุนเข้าในโหมด Risk-off คือการขายทุกสินทรัพย์" นพ.กฤชรัตน์ กล่าว

ประเมินทองไทยไม่น่าหลุด 60,000 บาท แนวต้าน 63,500 บาท

นพ.กฤชรัตน์ ประเมินว่าราคาทองคำไทยไม่น่าจะหลุดระดับ 60,000 บาท ส่วนแนวต้านของทองคำต่างประเทศอยู่ที่ 4,000 เหรียญ หรือประมาณ 63,500 บาทสำหรับทองคำไทย

นักลงทุนระยะสั้นต้องบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด

ทุกวันนี้ทองคำผันผวนสูงกว่าในอดีต เพราะนักลงทุนรายใหญ่และกองทุน ETF เข้ามาเก็งกำไรมากขึ้น ราคาเหวี่ยงได้วันละ 20-100 เหรียญ นักลงทุนระยะสั้นจึงควรบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะผู้ที่ลงทุนใน Gold Futures

นักลงทุนระยะกลาง-ยาว ทยอยสะสม ไม่ควรซื้อไม้เดียว

สำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว นพ.กฤชรัตน์ มองว่าตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีในการทยอยซื้อสะสม โดยเฉพาะทองคำแท่ง เหตุผลคือตัวชี้วัดทางเทคนิคอยู่ในภาวะ Oversold และราคาอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ เขาแนะนำว่าไม่ควรทุ่มซื้อครั้งเดียว แต่ควรแบ่งซื้อเป็นขั้นเมื่อราคาย่อตัวลง

ระยะยาว ทองคำมีโอกาสกลับมาเป็นพระเอก

นพ.กฤชรัตน์ มองว่าแม้ระยะสั้นทองคำจะถูกใช้เพื่อเก็งกำไร แต่ในระยะยาว ทองคำจะกลับมาเป็นพระเอกได้อีกครั้งหลังสถานการณ์การขึ้นดอกเบี้ยยุติลง

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน