นายกสมาคมค้าทองคำ ปรับเป้าทองปลายปีเหลือ 4,700-4,800 เหรียญ

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ว่าได้ปรับเป้าหมายราคาทองคำช่วงปลายปีลง จากเดิมที่เคยประเมินว่าอาจทะลุ 5,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ตอนนี้มองว่า "อาจจะไม่ถึง 5,000" โดยคาดว่าราคาจะอยู่แถว 4,700-4,800 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ถ้าคิดเป็นราคาทองคำไทยจะอยู่ประมาณ 70,000 บาทต้นๆ

แนวรับ 4,100 เหรียญ ระยะสั้นอาจย่อตัว

นายจิตติประเมินว่าแนวรับของราคาทองคำอยู่ที่ประมาณ 4,100 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือราว 64,000-65,000 บาท และระยะสั้นราคา "อาจจะมีถอยลงมาบ้าง" จึงแนะนำให้นักลงทุนระวังการลงทุนระยะสั้น

จับตาประชุม Fed ปัจจัยกดดันราคาทอง

ปัจจัยที่กดดันราคาทองคำตอนนี้คือราคาน้ำมันที่ยังสูง ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงปลายปี นายจิตติให้จับตาการประชุม Fed วันที่ 28 ตุลาคม และอีกครั้งในเดือนธันวาคม เขามองว่าราคาทองคำที่ลดลงช่วงนี้เป็นการตอบรับข่าวดังกล่าวไปแล้ว

ส่วนสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และความขัดแย้งในยุโรป ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและกระทบต่อเงินเฟ้อด้วย

สรุปข่าว

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ปรับเป้าราคาทองคำปลายปีลงจาก 5,000 เหรียญ เหลือ 4,700-4,800 เหรียญ หรือราว 70,000 บาทต้นๆ มีแนวรับที่ 4,100 เหรียญ เพราะราคาน้ำมันที่สูงดันเงินเฟ้อ และอาจทำให้ Fed ขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง จึงแนะให้ระวังการลงทุนระยะสั้น ระยะยาวเขายังมองบวก เพราะธนาคารกลางหลายประเทศไม่เชื่อมั่นในดอลลาร์ และคาดว่าทองมีโอกาสทำ New High ใหม่ในไตรมาส 1 หรือ 2 ของปีหน้า ใครมีเงินเย็นก็ทยอยสะสมได้เมื่อราคาลงมาใกล้แนวรับ

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ว่าได้ปรับเป้าหมายราคาทองคำช่วงปลายปีลง จากเดิมที่เคยประเมินว่าอาจทะลุ 5,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ตอนนี้มองว่า "อาจจะไม่ถึง 5,000" โดยคาดว่าราคาจะอยู่แถว 4,700-4,800 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ถ้าคิดเป็นราคาทองคำไทยจะอยู่ประมาณ 70,000 บาทต้นๆ

แนวรับ 4,100 เหรียญ ระยะสั้นอาจย่อตัว

นายจิตติประเมินว่าแนวรับของราคาทองคำอยู่ที่ประมาณ 4,100 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือราว 64,000-65,000 บาท และระยะสั้นราคา "อาจจะมีถอยลงมาบ้าง" จึงแนะนำให้นักลงทุนระวังการลงทุนระยะสั้น

จับตาประชุม Fed ปัจจัยกดดันราคาทอง

ปัจจัยที่กดดันราคาทองคำตอนนี้คือราคาน้ำมันที่ยังสูง ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงปลายปี นายจิตติให้จับตาการประชุม Fed วันที่ 28 ตุลาคม และอีกครั้งในเดือนธันวาคม เขามองว่าราคาทองคำที่ลดลงช่วงนี้เป็นการตอบรับข่าวดังกล่าวไปแล้ว

ส่วนสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และความขัดแย้งในยุโรป ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและกระทบต่อเงินเฟ้อด้วย

ธนาคารกลางหลายประเทศหนุนทองคำ

ในด้านปัจจัยหนุน นายจิตติระบุว่าธนาคารกลางหลายประเทศ รวมถึงในยุโรป ไม่เชื่อมั่นในเงินดอลลาร์สหรัฐ และกังวลเรื่องนโยบายของสหรัฐฯ ที่ไม่ชัดเจน หลายประเทศที่ฝากทองคำไว้ในสหรัฐฯ ก็กำลังพยายามนำทองคำกลับคืน ทองคำจึงยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)

มองปีหน้ามีโอกาสทำ New High

แม้จะปรับเป้าปลายปีลง แต่นายจิตติยังมองบวกในระยะยาว เพราะเงินดอลลาร์อาจอ่อนค่าลงและทำให้ราคาทองคำสูงขึ้น ปีนี้ราคาทองคำไทยขึ้นไปสูงสุดที่ 81,950 บาท และเขาคาดว่า "น่าจะมีโอกาสเห็นนิวไฮใหม่อีกรอบหนึ่ง" ในไตรมาส 1 หรือไตรมาส 2 ของปีหน้า

แนะใช้เงินเย็นทยอยสะสม

สำหรับนักลงทุน นายจิตติแนะว่า ถ้ามองการลงทุนระยะยาวและมีเงินเย็น ก็ "อาจจะทยอยเก็บบ้าง" เมื่อราคาลงมา โดยเฉพาะถ้าราคาลงถึงแนวรับประมาณ 4,100 เหรียญ ในรายการยังสรุปเพิ่มว่าคนที่ลงทุนด้วยเงินเย็น ซื้อทองคำแท่ง และไม่ใช้เลเวอเรจหรือกู้เงินมาเทรด สามารถถือลงทุนระยะยาวได้

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน