ดิ้นสู้! "ค่ายรถยุโรป" ยกจีนฐานเทคฯ-ส่งออกตลาดโลก
Volkswagen ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากยุโรป ล่าสุดเตรียมนำเทคโนโลยีซึ่งพัฒนาร่วมกับบริษัทจีน ไปใช้ผลิตรถยนต์รุ่นใหม่สำหรับส่งออก เทคโนโลยีดังกล่าว ประกอบด้วย แพลตฟอร์มรถยนต์ Compact Main Platform และ China Electronic Architecture ซึ่งพัฒนาที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาของบริษัทฯ ตั้งอยู่ในเมือง Hefei ทางตะวันออกของจีน และมีแผนเริ่มจำหน่ายรถยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในอเมริกาใต้ ภายในสิ้นปี 2029
Oliver Blume ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Volkswagen Group กล่าวว่า จีนถือเป็นศูนย์กลางสำคัญในการสร้างนวัตกรรมของกลุ่มบริษัทฯ และกำลังมีบทบาทมากขึ้นในฐานะเป็นแหล่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีสำหรับตลาดโลก
รอยเตอร์ส รายงานด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ สะท้อนถึงการปรับทิศทางกลยุทธ์ของโฟล์คสวาเกน จากเดิมที่เน้นพัฒนารถยนต์ให้เหมาะกับตลาดจีนโดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่า In China, for China เป็นไปการใช้จีนเป็นฐานการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปต่อยอดกับรถยนต์รุ่นใหม่สำหรับตลาดอื่น ๆ ทั่วโลกได้
สรุปข่าว
Volkswagen ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากยุโรป ล่าสุดเตรียมนำเทคโนโลยีซึ่งพัฒนาร่วมกับบริษัทจีน ไปใช้ผลิตรถยนต์รุ่นใหม่สำหรับส่งออก เทคโนโลยีดังกล่าว ประกอบด้วย แพลตฟอร์มรถยนต์ Compact Main Platform และ China Electronic Architecture ซึ่งพัฒนาที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาของบริษัทฯ ตั้งอยู่ในเมือง Hefei ทางตะวันออกของจีน และมีแผนเริ่มจำหน่ายรถยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในอเมริกาใต้ ภายในสิ้นปี 2029
Oliver Blume ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Volkswagen Group กล่าวว่า จีนถือเป็นศูนย์กลางสำคัญในการสร้างนวัตกรรมของกลุ่มบริษัทฯ และกำลังมีบทบาทมากขึ้นในฐานะเป็นแหล่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีสำหรับตลาดโลก
รอยเตอร์ส รายงานด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ สะท้อนถึงการปรับทิศทางกลยุทธ์ของโฟล์คสวาเกน จากเดิมที่เน้นพัฒนารถยนต์ให้เหมาะกับตลาดจีนโดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่า In China, for China เป็นไปการใช้จีนเป็นฐานการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปต่อยอดกับรถยนต์รุ่นใหม่สำหรับตลาดอื่น ๆ ทั่วโลกได้
และยังเกิดขึ้นท่ามกลางส่วนแบ่งตลาดของโฟล์คสวาเกนในจีนกำลังลดลงต่อเนื่อง โดยผู้ผลิตรถยนต์ท้องถิ่นอย่าง BYD และ Geely สามารถแข่งขันกับแบรนด์ต่างชาติได้ดีขึ้นด้านรถยนต์ไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ และราคา
กลยุทธ์พัฒนาเทคโนโลยีในจีน จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามฟื้นความสามารถในการแข่งขัน บริษัทฯ ระบุว่า รูปแบบการพัฒนารถยนต์ในจีนสามารถลดระยะเวลาพัฒนาได้สูงสุดถึงร้อยละ 30 ขณะที่ China Electronic Architecture ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Xpeng มีเป้าหมายรองรับรถยนต์ที่ใช้ซอฟต์แวร์เป็นตัวกำหนดการทำงาน และสามารถนำไปใช้ได้กับรถยนต์หลายแพลตฟอร์มและระบบขับเคลื่อน
Volkswagen ระบุอีกว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในจีนเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะกลับมาเป็นผู้นำในตลาดอีกครั้ง ขณะที่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาตินอเมริกา และแอฟริกา เป็นตลาดเป้าหมายสำหรับรถยนต์ที่พัฒนาในจีน แต่ยังไม่รวมยุโรปและอเมริกาเหนือ
นอกจาก Volkswagen แล้ว ตลอดปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิมรายอื่น ๆ อีกหลายราย ต่างก็หันมาใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในจีนกับตลาดโลก เพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์จีนในตลาดต่างประเทศ เช่น GM ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนสิงหาคม ได้ต่ออายุสัญญากิจการร่วมค้ากับทาง SAIC Motor Corp ของจีน ออกไปอีก 20 ปี ซึ่งจะช่วยให้ จีเอ็ม สามารถใช้จีนเป็นศูนย์กลางการส่งออก ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากแบรนด์รถยนต์จีนทั้งในและตลาดต่างประเทศ
GM ระบุว่า การต่ออายุสัญญาครั้งนี้ จะส่งผลให้งานพัฒนายานยนต์ถูกดำเนินการในตลาดจีนมากขึ้น เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนในท้องถิ่นได้ดียิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ข้อตกลงนี้ยังเปิดทางให้ จีเอ็มสามารถส่งออกรถยนต์ Buick และ Cadillac จากจีนไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา อเมริกาใต้ เม็กซิโก และพื้นที่อื่น ๆ ในเอเชีย โดยจะเริ่มจากการส่งออกรถยนต์ซีรีส์ Buick Electra ที่พัฒนาในจีนในช่วงปลายปีนี้
ขณะที่ เซาต์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ รายงานเมื่อเดือนพฤษภาคม ระบุว่า Renault ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส เตรียมใช้ศูนย์พัฒนาในจีน เพื่อออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่สำหรับตลาดนอกยุโรป พร้อมตั้งเป้าลดต้นทุนการผลิต และเร่งกระบวนการพัฒนาผ่านการนำความรู้และมุมมองจากตลาดจีนมาปรับใช้
Vincent Piquet ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน Ampere ซึ่งเป็นแผนกรถยนต์ไฟฟ้าของ เรโนลต์ กรุ๊ป ให้ข้อมูลว่า ศูนย์พัฒนาขั้นสูงในเซี่ยงไฮ้ กำลังเติบโตกลายเป็นศูนย์กลางทางวิศวกรรมที่สำคัญมาก และบริษัทต้องการให้ศูนย์แห่งนี้ทำงานเพื่อตอบโจทย์ตลาดทั่วโลก
ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการดังกล่าว กำลังพัฒนารถยนต์รุ่นพลังงานแบตเตอรี่ให้กับ Ampere และ Renault เพื่อนำไปขายในตลาดนอกยุโรป โดย Renault ดำเนินงานในมากกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งมีตลาดยุโรปเป็นหลัก ขณะที่บราซิลและเกาหลีใต้ถือเป็นตลาดที่สำคัญ
Piquet กล่าวอีกว่า การแข่งขันจากจีนที่เข้าไปในยุโรป บีบให้บริษัทฯ ต้องคิดใหม่เกี่ยวกับการจัดโครงสร้างองค์ประกอบด้าน อีวี และซอฟต์แวร์ และสรุปได้ว่า จำเป็นต้องมีทีมงานเฉพาะที่มุ่งเน้นไปที่ซอฟต์แวร์ อีวี เพียงอย่างเดียว เพื่อแข่งขันกับผู้เล่นหน้าใหม่จากจีน โดยเรียนรู้จากจีนเอง
ซึ่งบริษัทไม่ได้ขายรถยนต์เหล่านี้ในจีน แต่กำลังใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและระบบนิเวศของจีนเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้นในยุโรป
โดย Renault ยังตั้งเป้าลดต้นทุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ลงร้อยละ 40 ภายในปี 2028 นอกจากนี้ ยังวางแผนเพิ่มยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสองเท่าในปีนี้ และเพิ่มอีกสองเท่าในปีหน้า
ส่วน ฮุนได มอเตอร์ จากเกาหลีใต้ เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อีกรายที่มีแผนส่งออกรถยนต์จากจีน โดย Jose Munoz ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฮุนได มอเตอร์ กล่าวว่า บริษัทฯ มีแผนให้จีนเป็นศูนย์กลางการส่งออก ซึ่งตลาดที่มีศักยภาพสำหรับรถยนต์ที่ผลิตในจีน เช่น สหราชอาณาจักร ยุโรป และตะวันออกกลาง แต่ก่อนอื่น บริษัทฯ ก็ต้องการที่จะประสบความสำเร็จในตลาดจีนก่อน
ทั้งนี้ ฮุนได มอเตอร์ พยายามฟื้นฟูตลาดจีนหลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง บริษัทฯ ประกาศเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ว่าเตรียมทะยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 20 รุ่น ภายใน 5 ปีข้างหน้า พร้อมตั้งเป้ายอดขายในจีน 500,000 คันต่อปีภายในปี 2030 ซึ่งรวมการส่งออกด้วย
