ศึกเคคาร์! เชอรีส่ง "EMTA" แบรนด์อีวีจิ๋วบุกญี่ปุ่น

Share on Line Share on Facebook Share on X

การแข่งขันรถไฟฟ้าขนาดเล็กในญี่ปุ่นเตรียมเข้มข้นขึ้น เมื่อกิจการร่วมทุนที่มีเชอรีเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น วางแผนส่งรถยนต์แบรนด์ EMTA (เอ็มตะ) เข้าสู่ตลาดในปี 2027 โดยเริ่มจากรถไฟฟ้ากลุ่มเคคาร์ หรือ รถยนต์ขนาดเล็กตามข้อกำหนดของญี่ปุ่น

ล่าสุด เว็บไซต์คาร์นิวส์ไชน่ารายงานภาพจากการยื่นจดสิทธิบัตรงานออกแบบรถรุ่นแรกของแบรนด์ เผยทั้งแบบมาตรฐานและแบบตกแต่งสไตล์กิจกรรมกลางแจ้ง เพิ่มความเคลื่อนไหวก่อนเข้าชิงตลาดที่มีทั้งผู้ผลิตญี่ปุ่นและบีวายดีเป็นคู่แข่ง

ภาพที่ปรากฏยังคงตัวถัง ทรงกล่อง หลังคาสูง แต่ปรับรายละเอียดจากรถแนวคิดหลายจุด ทั้งกันชนหน้า กระจังหน้า และชุดไฟ พร้อมใช้มือจับประตูแบบทั่วไป ส่วนรางด้านข้างบ่งชี้ถึงการใช้ประตูบานเลื่อนด้านหลัง ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในรถเล็กของญี่ปุ่น

อีกแบบเพิ่มชิ้นส่วนพลาสติกหุ้มรอบตัวถัง และปรับกันชนให้ดูแข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพสิทธิบัตรยังไม่ใช่การยืนยันว่าจะผลิตจำหน่ายทุกรูปแบบ 

สรุปข่าว

กิจการร่วมทุนที่มีเชอรีถือหุ้น เตรียมส่งรถไฟฟ้าขนาดเล็กแบรนด์ EMTA บุกญี่ปุ่นปี 2027 ล่าสุดมีรายงานภาพสิทธิบัตรเผยทั้งแบบมาตรฐานและสไตล์ลุย หวังใช้เทคโนโลยีจีนผสานเครือข่ายขายของพันธมิตรญี่ปุ่นชิงตลาด

การแข่งขันรถไฟฟ้าขนาดเล็กในญี่ปุ่นเตรียมเข้มข้นขึ้น เมื่อกิจการร่วมทุนที่มีเชอรีเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น วางแผนส่งรถยนต์แบรนด์ EMTA (เอ็มตะ) เข้าสู่ตลาดในปี 2027 โดยเริ่มจากรถไฟฟ้ากลุ่มเคคาร์ หรือ รถยนต์ขนาดเล็กตามข้อกำหนดของญี่ปุ่น

ล่าสุด เว็บไซต์คาร์นิวส์ไชน่ารายงานภาพจากการยื่นจดสิทธิบัตรงานออกแบบรถรุ่นแรกของแบรนด์ เผยทั้งแบบมาตรฐานและแบบตกแต่งสไตล์กิจกรรมกลางแจ้ง เพิ่มความเคลื่อนไหวก่อนเข้าชิงตลาดที่มีทั้งผู้ผลิตญี่ปุ่นและบีวายดีเป็นคู่แข่ง

ภาพที่ปรากฏยังคงตัวถัง ทรงกล่อง หลังคาสูง แต่ปรับรายละเอียดจากรถแนวคิดหลายจุด ทั้งกันชนหน้า กระจังหน้า และชุดไฟ พร้อมใช้มือจับประตูแบบทั่วไป ส่วนรางด้านข้างบ่งชี้ถึงการใช้ประตูบานเลื่อนด้านหลัง ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในรถเล็กของญี่ปุ่น

อีกแบบเพิ่มชิ้นส่วนพลาสติกหุ้มรอบตัวถัง และปรับกันชนให้ดูแข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพสิทธิบัตรยังไม่ใช่การยืนยันว่าจะผลิตจำหน่ายทุกรูปแบบ 

เบื้องหลังแบรนด์ EMTA (เอ็มตะ) คือบริษัท EMT ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองโยโกฮามา โดยโครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของพันธมิตรจีนและญี่ปุ่น 5 ราย ได้แก่ เชอรี กลุ่มเยว่ต๋า โกชัน ออโตแบคส์ เซเว่น และอาเนสต์ อิวาตะ 

ตามรายงานการแบ่งบทบาท เชอรี จะสนับสนุนแพลตฟอร์ม ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และเทคโนโลยีช่วยขับ โรงงานของเยว่ต๋าในจีนรับหน้าที่ผลิต ส่วนโกชันจัดหาแบตเตอรี่ ขณะที่ออโตแบคส์สนับสนุนช่องทางจำหน่ายในญี่ปุ่น และอาเนสต์ อิวาตะสนับสนุนด้านคุณภาพ

ความร่วมมือนี้เป็นการนำเทคโนโลยีและฐานการผลิตในจีน มาผสานกับความเข้าใจผู้บริโภคและเครือข่ายบริการของพันธมิตรญี่ปุ่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แบรนด์ใหม่

การเลือกเริ่มจากเคคาร์ยังสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้รถเพื่อซื้อของ รับส่งครอบครัว และเดินทางไปทำงาน ทำให้ความคล่องตัว ราคา และค่าใช้จ่ายตลอดการใช้งานเป็นโจทย์สำคัญของสินค้า

บริษัทระบุว่า จะเริ่มจำหน่ายรถไฟฟ้าเคคาร์ในปี 2027 และตั้งเป้าขยายเป็นรถรวม 4 รุ่นภายในปี 2029 ส่วนราคา ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ และรายละเอียดรถผลิตจริง ยังต้องรอประกาศเพิ่มเติม

จุดที่ต้องติดตามจึงอยู่ที่ EMTA (เอ็มตะ) จะสร้างความแตกต่างได้อย่างไร ทั้งด้านสินค้า ราคา และบริการหลังการขาย ท่ามกลางการแข่งขันจากเจ้าตลาดญี่ปุ่นและผู้เล่นจีนอย่างบีวายดี