บัวหลวงชี้เป้า 9 หุ้นเด่นไตรมาส 4/69 รับวัฏจักรลงทุน–Data Center แนะ Barbell Strategy กระจายความเสี่ยง

Share on Line Share on Facebook Share on X
บัวหลวงชี้เป้า 9 หุ้นเด่นไตรมาส 4/69 รับวัฏจักรลงทุน–Data Center แนะ Barbell Strategy กระจายความเสี่ยง

หลักทรัพย์บัวหลวง เผยตลาดหุ้นไทยช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 23% รับแรงหนุนจากวัฏจักรเทคโนโลยีโลกและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และระบบไฟฟ้า ขณะที่แนวโน้มตลาดไตรมาส 4/2569 ยังเผชิญความผันผวนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน แนะนำกลยุทธ์ลงทุนแบบ Barbell Strategy กระจายพอร์ตสู่หุ้นพลังงาน หุ้นเติบโตตามเมกะเทรนด์ และหุ้นปันผลเด่น พร้อมคัดเลือก 9 หุ้นน่าสนใจ และ 2 หุ้นที่ควรหลีกเลี่ยงในระยะสั้น


นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วง 9 เดือนแรกปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น 23% จากต้นปี โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ วัฏจักรเทคโนโลยีโลกที่หนุนหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในธุรกิจ Data Center รวมถึงวัฏจักรการลงทุนภายในประเทศ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า การพัฒนาสายส่ง และการติดตั้ง Solar Rooftop


สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 ตลาดหุ้นไทยยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจกดดันราคาพลังงานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) รวมถึงกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าและ Data Center ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องไปถึงปี 2570


ด้านฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่งหลักทรัพย์บัวหลวง (BLS Wealth Research) ประเมินว่า หากสถานการณ์สงครามไม่ทวีความรุนแรง ดัชนี SET มีโอกาสขึ้นทดสอบระดับ 1,600–1,650 จุดในช่วงสิ้นปี โดยมีแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนเป็นปัจจัยช่วยพยุงตลาด ขณะที่กรณีเลวร้ายที่สุด ดัชนีอาจปรับฐานลงสู่ระดับ 1,500 จุด


สรุปข่าว

หลักทรัพย์บัวหลวงชี้หุ้นไทยไตรมาส 4/2569 ยังมีโอกาสเติบโตจากวัฏจักรลงทุน Data Center และโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า แม้เผชิญความผันผวนจากสงครามและราคาพลังงาน แนะกลยุทธ์ Barbell Strategy เน้นหุ้นพลังงาน หุ้นเติบโต และหุ้นปันผลเด่น พร้อมชู 9 หุ้นน่าลงทุน และเลี่ยง JMT-BAM ระยะสั้น มอง SET สิ้นปีมีโอกาสแตะ 1,600–1,650 จุด

หลักทรัพย์บัวหลวง เผยตลาดหุ้นไทยช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 23% รับแรงหนุนจากวัฏจักรเทคโนโลยีโลกและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และระบบไฟฟ้า ขณะที่แนวโน้มตลาดไตรมาส 4/2569 ยังเผชิญความผันผวนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน แนะนำกลยุทธ์ลงทุนแบบ Barbell Strategy กระจายพอร์ตสู่หุ้นพลังงาน หุ้นเติบโตตามเมกะเทรนด์ และหุ้นปันผลเด่น พร้อมคัดเลือก 9 หุ้นน่าสนใจ และ 2 หุ้นที่ควรหลีกเลี่ยงในระยะสั้น


นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วง 9 เดือนแรกปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น 23% จากต้นปี โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ วัฏจักรเทคโนโลยีโลกที่หนุนหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในธุรกิจ Data Center รวมถึงวัฏจักรการลงทุนภายในประเทศ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า การพัฒนาสายส่ง และการติดตั้ง Solar Rooftop


สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 ตลาดหุ้นไทยยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจกดดันราคาพลังงานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) รวมถึงกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าและ Data Center ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องไปถึงปี 2570


ด้านฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่งหลักทรัพย์บัวหลวง (BLS Wealth Research) ประเมินว่า หากสถานการณ์สงครามไม่ทวีความรุนแรง ดัชนี SET มีโอกาสขึ้นทดสอบระดับ 1,600–1,650 จุดในช่วงสิ้นปี โดยมีแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนเป็นปัจจัยช่วยพยุงตลาด ขณะที่กรณีเลวร้ายที่สุด ดัชนีอาจปรับฐานลงสู่ระดับ 1,500 จุด


แนะกลยุทธ์ Barbell Strategy คัด 9 หุ้นเด่นไตรมาส 4/69


นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์ปัจจัยพื้นฐาน BLS Wealth Research แนะนำกลยุทธ์ลงทุนแบบ Barbell Strategy โดยกระจายเงินลงทุนระหว่างหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากราคาพลังงานและสามารถป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวน กับหุ้นที่มีโอกาสเติบโตจากเมกะเทรนด์และวัฏจักรการลงทุนระยะยาว โดยมีหุ้นแนะนำ 9 บริษัท ได้แก่


PTT รับอานิสงส์จากราคาพลังงานและปิโตรเคมี พร้อมจุดเด่นด้านการจ่ายเงินปันผล


GULF และ BGRIM รับโอกาสเติบโตจากการลงทุน Data Center และการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน


CRC และ COM7 มีฐานลูกค้ากำลังซื้อระดับปานกลางถึงบน พร้อมความสามารถในการบริหารต้นทุน


CENTEL รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) จากยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูง


KTB คาดกำไรก่อนการตั้งสำรองเติบโตโดดเด่น พร้อมอัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 5%


KBANK มีโอกาสเติบโตจากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจ Wealth Management และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 5%


CPN มีรายได้ค่าเช่าที่มั่นคง พร้อมอัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 4.5–4.6%


BDMS คาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว พร้อมอัตราผลตอบแทนเงินปันผลมากกว่า 4%


ขณะที่หุ้นที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในระยะสั้น ได้แก่ JMT และ BAM เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคระดับฐานรากยังเปราะบาง ประกอบกับค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความสามารถในการชำระหนี้และการติดตามเรียกเก็บหนี้

จัดพอร์ต 3 ส่วน กระจายความเสี่ยงรับตลาดผันผวน


นอกจากการคัดเลือกหุ้นรายตัว BLS Wealth Research ยังแนะนำการจัดพอร์ตลงทุนออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Core Portfolio สัดส่วน 60–70% เน้นกระจายลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และทองคำ ผ่านกลยุทธ์ Auto Top Funds Portfolio, Satellite Portfolio สัดส่วน 20–30% เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนผ่าน DR Stock Focus ที่ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ หุ้นเทคโนโลยีและเมกะเทรนด์ และ Cash Flow / Yield Asset สัดส่วน 10–20% เน้นสร้างกระแสเงินสดจากหุ้นปันผลไทยหรือตราสาร Fixed Coupon Note (FCN)


ทั้งนี้ หลักทรัพย์บัวหลวงยังมองว่าปี 2570 จะเป็นช่วงที่เม็ดเงินลงทุน FDI ซึ่งได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เริ่มทยอยเปลี่ยนผ่านไปสู่การลงทุนจริง โดยเฉพาะโครงการ Data Center และ Direct PPA ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องในระยะยาว พร้อมประเมินเป้าหมายดัชนี SET ปี 2570 ที่ระดับ 1,710 จุด

ที่มาข้อมูล : BLS Wealth Research, TNN Wealth เรียบเรียง

ที่มารูปภาพ : TNN Wealth