เช็กที่นี่! 3 มาตรการช่วยผู้ประสบภัย "น้ำท่วม" หลังน้ำลด พักหนี้-สินเชื่อ-ภาษี

ครม.ไฟเขียว กระทรวงการคลังออกมาตรการช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 2569
กระทรวงการคลังผนึก 7 สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 ทั้งพักชำระหนี้ สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อซ่อมแซมบ้านและฟื้นฟูธุรกิจ พร้อมออกมาตรการภาษีลดภาระประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อเร่งให้กลับมาดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็ว
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบ ช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในปี 2569 ซึ่งได้รับความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ สถานประกอบการ และเครื่องจักร
กระทรวงการคลังร่วมกับ 7 สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จัดทำมาตรการสนับสนุนเงินทุนฟื้นฟูความเสียหาย ลดภาระหนี้เดิม และเสริมสภาพคล่องให้ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ควบคู่กับมาตรการภาษีเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
1. พักหนี้-เติมเงินทุน ช่วยประชาชนและธุรกิจฟื้นตัว
สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐออกมาตรการช่วยเหลือตามความเสียหายและความจำเป็นของแต่ละกลุ่ม ทั้งการพักชำระเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ย ลดอัตราดอกเบี้ย และขยายเวลาชำระหนี้ตามความเหมาะสม โดยผู้ประกอบการสามารถได้รับความช่วยเหลือเป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อบรรเทาภาระในช่วงที่รายได้ยังไม่กลับคืนมา
สำหรับประชาชนที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สนับสนุนสินเชื่อเพื่อซ่อมแซม ฟื้นฟู หรือต่อเติมที่อยู่อาศัย วงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0–1.99% ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุด 40 ปี
ส่วนผู้ที่ต้องการเงินฉุกเฉิน ธนาคารออมสินให้สินเชื่อเสริมสภาพคล่องวงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย โดยคิดดอกเบี้ย 0% ในช่วง 3 เดือนแรก ขณะที่ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกรเพื่อเสริมสภาพคล่องและซ่อมแซมเครื่องมืออุปกรณ์การเกษตรที่เสียหาย
ด้านผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนกลับมาดำเนินธุรกิจ ธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สนับสนุนสินเชื่อวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0–3.25% ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี
ขณะที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนชั่วคราวไม่เกิน 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม วงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้ไม่เกิน 1 ปี โดยใช้อัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ส่วนผู้ประกอบการที่ใช้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ จะได้รับการพักชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อและค่าจัดการการค้ำประกันเป็นเวลา 6 เดือน
นอกจากนี้ ธอส. ยังมีมาตรการประนอมหนี้ให้ลูกหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน หรือตามการพิจารณารายกรณี พร้อมกับ ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยออกมาตรการพิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fast Track) สำหรับลูกค้าที่ทำประกันอัคคีภัย
สรุปข่าว
ครม.ไฟเขียว กระทรวงการคลังออกมาตรการช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 2569
กระทรวงการคลังผนึก 7 สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 ทั้งพักชำระหนี้ สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อซ่อมแซมบ้านและฟื้นฟูธุรกิจ พร้อมออกมาตรการภาษีลดภาระประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อเร่งให้กลับมาดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็ว
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบ ช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในปี 2569 ซึ่งได้รับความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ สถานประกอบการ และเครื่องจักร
กระทรวงการคลังร่วมกับ 7 สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จัดทำมาตรการสนับสนุนเงินทุนฟื้นฟูความเสียหาย ลดภาระหนี้เดิม และเสริมสภาพคล่องให้ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ควบคู่กับมาตรการภาษีเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
1. พักหนี้-เติมเงินทุน ช่วยประชาชนและธุรกิจฟื้นตัว
สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐออกมาตรการช่วยเหลือตามความเสียหายและความจำเป็นของแต่ละกลุ่ม ทั้งการพักชำระเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ย ลดอัตราดอกเบี้ย และขยายเวลาชำระหนี้ตามความเหมาะสม โดยผู้ประกอบการสามารถได้รับความช่วยเหลือเป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อบรรเทาภาระในช่วงที่รายได้ยังไม่กลับคืนมา
สำหรับประชาชนที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สนับสนุนสินเชื่อเพื่อซ่อมแซม ฟื้นฟู หรือต่อเติมที่อยู่อาศัย วงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0–1.99% ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุด 40 ปี
ส่วนผู้ที่ต้องการเงินฉุกเฉิน ธนาคารออมสินให้สินเชื่อเสริมสภาพคล่องวงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย โดยคิดดอกเบี้ย 0% ในช่วง 3 เดือนแรก ขณะที่ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกรเพื่อเสริมสภาพคล่องและซ่อมแซมเครื่องมืออุปกรณ์การเกษตรที่เสียหาย
ด้านผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนกลับมาดำเนินธุรกิจ ธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สนับสนุนสินเชื่อวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0–3.25% ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี
ขณะที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนชั่วคราวไม่เกิน 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม วงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้ไม่เกิน 1 ปี โดยใช้อัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ส่วนผู้ประกอบการที่ใช้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ จะได้รับการพักชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อและค่าจัดการการค้ำประกันเป็นเวลา 6 เดือน
นอกจากนี้ ธอส. ยังมีมาตรการประนอมหนี้ให้ลูกหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน หรือตามการพิจารณารายกรณี พร้อมกับ ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยออกมาตรการพิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fast Track) สำหรับลูกค้าที่ทำประกันอัคคีภัย
2. อัด Soft Loan 3 หมื่นล้าน ดอกเบี้ย 0.01% ช่วย SMEs
ครม. เห็นชอบโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ผ่านธนาคารออมสิน วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์นำไปปล่อยกู้ต่อแก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและค่าใช้จ่ายจำเป็น รวมถึงซ่อมแซมและฟื้นฟูสถานประกอบการกับทรัพย์สินที่เสียหาย
ธนาคารออมสินคิดดอกเบี้ยจากธนาคารพาณิชย์ในอัตรา 0.01% โดยผู้ประกอบการ SMEs จะได้รับอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3.50% ต่อปีในช่วง 2 ปีแรก และไม่เกิน 5% ต่อปีในปีที่ 3–5 วงเงินกู้รวมทุกสถาบันการเงินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี
ทั้งนี้ ครม. เห็นชอบให้แยกบัญชีมาตรการดังกล่าวเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA)
3. ลดหย่อนภาษีซ่อมบ้าน-รถ พร้อมขยายเวลายื่นภาษี
กระทรวงการคลังออกมาตรการภาษีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม รวม 4 มาตรการ ได้แก่
มาตรการแรก ยกเว้นอากรศุลกากรเครื่องจักรและชิ้นส่วน
ยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับเครื่องจักร ส่วนประกอบ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่นำเข้าเพื่อทดแทนหรือซ่อมแซมความเสียหายจากอุทกภัย สำหรับโรงงานและกิจการโรงแรมหรือสถานที่พักที่เข้าเกณฑ์และตั้งอยู่ในพื้นที่ประกาศให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเป็นมาตรการชั่วคราวถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570 ทั้งนี้ ต้องเป็นของใหม่และใช้ในกิจการของผู้ได้รับสิทธิตามเงื่อนไขที่กำหนด
มาตรการที่สอง ลดหย่อนภาษีค่าซ่อมบ้านและรถ
บุคคลธรรมดาที่ทรัพย์สินเสียหายจากอุทกภัยระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม–31 ธันวาคม 2569 ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศเป็นเขตประสบภัย สามารถนำค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ได้แก่
- ค่าซ่อมแซมและทำความสะอาดบ้าน อาคาร ห้องชุด และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ไม่เกิน 100,000 บาท
- ค่าซ่อมแซมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่เกิน 30,000 บาท
กรณีมีบ้านหรือรถเสียหายหลายแห่งหรือหลายคัน ต้องรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดภายใต้วงเงินที่กำหนด โดยผู้ใช้สิทธิต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของมาตรการ
มาตรการที่สาม ขยายเวลายื่นแบบและชำระภาษี
กรมสรรพากรขยายเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี ชำระภาษี นำส่งภาษี และดำเนินการเกี่ยวกับอากรแสตมป์ที่ครบกำหนดระหว่างวันที่ 1 กันยายน–29 ธันวาคม 2569 สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยตามประกาศของทางราชการ ออกไปเป็นวันที่ 30 ธันวาคม 2569
มาตรการครอบคลุมภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะตามเงื่อนไขที่กำหนด และการเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน โดยครอบคลุมทั้งการยื่นแบบกระดาษและผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ส่วนผู้ประสบอุทกภัยก่อนวันที่ 1 กันยายน 2569 กรมสรรพากรอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อขยายกำหนดเวลาเพิ่มเติม
มาตรการที่สี่ ขยายเวลายื่นภาษีสรรพสามิตและต่ออายุใบอนุญาต
กรมสรรพสามิตขยายเวลายื่นแบบและชำระภาษี รวมถึงการยื่นงบเดือนของผู้ประกอบอุตสาหกรรมและสถานบริการในพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งครบกำหนดระหว่างเดือนกันยายน–ตุลาคม 2569 ออกไปจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569
นอกจากนี้ ยังขยายเวลายื่นคำขอใบอนุญาตผลิตและขายสุรา ยาสูบ และไพ่ สำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตในพื้นที่ประสบภัยที่ใบอนุญาตสิ้นอายุระหว่างวันที่ 1 กันยายน–31 ตุลาคม 2569 ให้ยื่นคำขอได้จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 โดยถือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตรายเดิม
เพิ่มความคุ้มครองประกันภัยบ้านและอุบัติเหตุ
ขณะเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และสำนักงาน คปภ. ร่วมจัดทำโครงการประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่มและประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ โดยให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ครอบคลุมอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว
กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่มครอบคลุมประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือน ส่วนกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติ วงเงินรวมสูงสุด 2 ล้านบาทต่อคน
ผู้ประสบภัยสามารถยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนผ่านเว็บไซต์ www.thainatcat.org และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน คปภ.
กระทรวงการคลังย้ำว่ามาตรการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระหนี้ เติมเงินทุนสำหรับการซ่อมแซมและฟื้นฟู ตลอดจนลดภาระภาษีให้ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ สามารถกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบธุรกิจได้โดยเร็ว
- “เงินเยียวยาน้ำท่วม”เตรียมชงครม.ขอเพิ่ม 1.5 หมื่นล้าน ล่าสุดโอนแล้ว 6.8 แสนครัวเรือน
- "พิพัฒน์" มอบ “สาโรจน์” นำคณะแก้ปัญหาพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย จ.ระนอง
- หนี้ครัวเรือนขาลงแต่พิษน้ำท่วมฉุด เจาะกลุ่มแรงงาน “นอกระบบ” เปราะบางที่สุด
- น้ำท่วมกระทบ 59 จังหวัด กระทบสถานประกอบการ เสียหายกว่า 1.8 หมื่นล้าน
- วิกฤตคลองรังสิตน้ำดำคล้ำ-ฟองขาว ร่งตรวจโลหะหนัก สารปนเปื้อน
ที่มาข้อมูล : กระทรวงการคลัง
ที่มารูปภาพ : กระทรวงการคลัง
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
