“ไทยช่วยไทย พลัส” ยอดใช้จ่ายทะลุ 2.68 หมื่นล้าน ปชช.รับสิทธิ 26.74 ล้านราย

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ไทยช่วยไทย พลัส” ยอดใช้จ่ายทะลุ 2.68 หมื่นล้าน ปชช.รับสิทธิ 26.74 ล้านราย

ยอดใช้จ่าย “ไทยช่วยไทย พลัส”

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ภายใต้มาตรการร่วมจ่าย 60/40 ของรัฐบาล ว่า จากข้อมูลล่าสุด ณ วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 23.00 น. พบว่ามีประชาชนกดรับสิทธิรวมทั้งสิ้น 26,740,565 ราย 

ขณะที่มีร้านค้าผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้วจำนวน 1,191,936 ราย สะท้อนการเข้าร่วมโครงการของประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยรัฐบาลมุ่งหวังให้มาตรการดังกล่าวช่วยลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อ และกระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยและเศรษฐกิจชุมชน

สรุปข่าว

รัฐบาลเผยยอดผู้กดรับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ปิดลงทะเบียนที่ 26.74 ล้านราย ร้านค้าผ่านตรวจสอบเกือบ 1.2 ล้านราย ขณะที่ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 26,809 ล้านบาท แบ่งเป็นรัฐบาลร่วมจ่าย 15,557.9 ล้านบาท และประชาชนจ่ายเอง 11,251.3 ล้านบาท เดินหน้าติดตามผลมาตรการ หวังช่วยลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นกำลังซื้อ และกระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ

ยอดใช้จ่าย “ไทยช่วยไทย พลัส”

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ภายใต้มาตรการร่วมจ่าย 60/40 ของรัฐบาล ว่า จากข้อมูลล่าสุด ณ วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 23.00 น. พบว่ามีประชาชนกดรับสิทธิรวมทั้งสิ้น 26,740,565 ราย 

ขณะที่มีร้านค้าผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้วจำนวน 1,191,936 ราย สะท้อนการเข้าร่วมโครงการของประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยรัฐบาลมุ่งหวังให้มาตรการดังกล่าวช่วยลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อ และกระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยและเศรษฐกิจชุมชน

ยอดใช้จ่ายสะสม

นางสาวลลิดากล่าวว่า สำหรับยอดใช้จ่ายสะสมผ่านโครงการล่าสุด มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 26,809.2 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่ายจำนวน 15,557.9 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนใช้จ่ายจำนวน 11,251.3 ล้านบาท 

ซึ่งสะท้อนเม็ดเงินที่หมุนเวียนผ่านการซื้อสินค้าและบริการภายใต้โครงการ โดยมาตรการร่วมจ่ายของรัฐบาลช่วยสนับสนุนกำลังซื้อของประชาชน ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

แยกตามช่องทางการใช้จ่าย พบว่า 

การใช้จ่ายผ่านบริการ Food Delivery มีมูลค่ารวม 1,159.9 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 668.2 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนใช้จ่าย 491.7 ล้านบาท ขณะที่การใช้จ่ายผ่านร้านค้าอื่น ๆ มีมูลค่ารวม 25,649.3 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 14,889.7 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนใช้จ่าย 10,759.6 ล้านบาท

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า การที่มีร้านค้าผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้วกว่า 1.19 ล้านราย ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนมาตรการให้เข้าถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และธุรกิจชุมชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก

ทั้งนี้ การลงทะเบียนรับสิทธิของประชาชนได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้ยอดประชาชนกดรับสิทธิ 26,740,565 ราย เป็นยอดสรุปหลังปิดการลงทะเบียน โดยรัฐบาลจะติดตามผลการใช้จ่ายและการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มาตรการร่วมจ่ายเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยยอดใช้จ่ายสะสมกว่า 26,800 ล้านบาท สะท้อนการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผ่านโครงการ และการมีส่วนร่วมของประชาชนและร้านค้าจำนวนมาก รัฐบาลมุ่งหวังให้เม็ดเงินดังกล่าวช่วยเพิ่มรายได้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย กระตุ้นการจับจ่ายสินค้าและบริการ และสนับสนุนการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในชุมชน” นางสาวลลิดากล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะติดตามการดำเนินมาตรการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การใช้จ่ายภายใต้โครงการเป็นไปตามหลักเกณฑ์และบรรลุเป้าหมายในการช่วยเหลือประชาชน ควบคู่กับการเสริมสภาพคล่องให้ร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อย อันจะเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเศรษฐกิจภายในประเทศให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ที่มาข้อมูล : รัฐบาล

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ