"โตโยต้า" ทุ่ม 1,490 ล้าน ผลิตปิกอัพไฮโดรเจนในไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X

ไทยเตรียมเป็นฐานผลิตรถปิกอัพไฮโดรเจนของโตโยต้า หลังบีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุนมูลค่า 1,490 ล้านบาท ตั้งเป้าเริ่มผลิตเดือนธันวาคม 2027 เพื่อส่งออกตลาดต่างประเทศทั้งหมดในระยะแรก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยว่า โครงการของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จะผลิตรถปิกอัพไฟฟ้าพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน หรือ เอฟซีอีวี รุ่นนิว ไฮลักซ์ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่โรงงานบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีกำลังผลิต 3,000 คันต่อปี โดยมุ่งส่งออกไปยังยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

โครงการนี้จะต่อยอดจากสายการผลิตไฮลักซ์เดิม พร้อมลงทุนเพิ่มในสถานีประกอบชิ้นส่วนสำคัญ ทั้งถังเก็บไฮโดรเจน เซลล์เชื้อเพลิง แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และชุดควบคุมพลังงาน รวมถึงมีแผนติดตั้งสถานีเติมไฮโดรเจนภายในโรงงาน เพื่อรองรับการผลิตและทดสอบรถยนต์

ในมุมของผู้ประกอบการไทย โครงการมีแผนใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศประมาณ 640 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมระบบปรับอากาศและระบายความร้อน เบาะนั่ง ล้อและยาง ชุดสายไฟ และชิ้นส่วนภายในรถยนต์

สรุปข่าว

โตโยต้า เดินหน้าลงทุน 1,490 ล้านบาท ผลิตปิกอัพไฮโดรเจนรายแรกในไทย กำลังผลิต 3,000 คันต่อปี เตรียมส่งออกยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ พร้อมใช้ชิ้นส่วนในประเทศประมาณ 640 ล้านบาทต่อปี

ไทยเตรียมเป็นฐานผลิตรถปิกอัพไฮโดรเจนของโตโยต้า หลังบีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุนมูลค่า 1,490 ล้านบาท ตั้งเป้าเริ่มผลิตเดือนธันวาคม 2027 เพื่อส่งออกตลาดต่างประเทศทั้งหมดในระยะแรก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยว่า โครงการของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จะผลิตรถปิกอัพไฟฟ้าพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน หรือ เอฟซีอีวี รุ่นนิว ไฮลักซ์ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่โรงงานบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีกำลังผลิต 3,000 คันต่อปี โดยมุ่งส่งออกไปยังยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

โครงการนี้จะต่อยอดจากสายการผลิตไฮลักซ์เดิม พร้อมลงทุนเพิ่มในสถานีประกอบชิ้นส่วนสำคัญ ทั้งถังเก็บไฮโดรเจน เซลล์เชื้อเพลิง แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และชุดควบคุมพลังงาน รวมถึงมีแผนติดตั้งสถานีเติมไฮโดรเจนภายในโรงงาน เพื่อรองรับการผลิตและทดสอบรถยนต์

ในมุมของผู้ประกอบการไทย โครงการมีแผนใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศประมาณ 640 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมระบบปรับอากาศและระบายความร้อน เบาะนั่ง ล้อและยาง ชุดสายไฟ และชิ้นส่วนภายในรถยนต์

นอกจากนี้ โตโยต้าจะพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ โดยเฉพาะบริษัทไทย ผ่านการถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิต การควบคุมคุณภาพ และความปลอดภัย เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ และเพิ่มโอกาสเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ระดับโลก

บีโอไอมองว่า การลงทุนครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นต่อฐานการผลิตไทย ซึ่งมีความพร้อมทั้งเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนและบุคลากรที่มีประสบการณ์ ขณะที่โตโยต้ายังคงใช้ไทยเป็นฐานส่งออกรถยนต์ไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

ตลอดการดำเนินธุรกิจในไทย 64 ปี โตโยต้ามีเงินลงทุนสะสมกว่า 200,000 ล้านบาท มีโรงงานผลิตรถยนต์ 3 แห่ง กำลังผลิตรวมกว่า 770,000 คันต่อปี และจ้างงานโดยตรงกว่า 13,000 คน

การเพิ่มสายการผลิตปิกอัพไฮโดรเจนจึงเป็นอีกก้าวของกลยุทธ์ลดคาร์บอนด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลายของโตโยต้า พร้อมเพิ่มบทบาทฐานการผลิตไทยให้รองรับความต้องการยานยนต์รุ่นใหม่ในตลาดโลก 

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ : -