"ประกิต" แนะถือเงินสด รอผลเลือกตั้งสหรัฐฯ ทองเสี่ยงหลุด 4,000 ดอลลาร์

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ถึงทิศทางการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีและการวางแผนรับมือปีหน้า โดยย้ำว่าปัจจัยชี้ขาดที่สุดในเวลานี้คือผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ซึ่งนักลงทุนควร "รอดู" ก่อนตัดสินใจปรับพอร์ตใหญ่

Bond Yield พุ่ง กดดันทองคำเสี่ยงหลุด 4,000 ดอลลาร์

นายประกิต ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาทองคำ ทำให้มีความเสี่ยงที่ราคาทองคำจะหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ โดยเฉพาะในกรณีที่ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ พลิกโผไปเป็นฝั่งรีพับลิกัน

งบไตรมาสหนุนหุ้นสหรัฐฯ เด่นที่ Hyperscalers–AI Hardware

สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ประเมินว่าผลประกอบการไตรมาสนี้ยังมีแนวโน้มออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก แม้อัตราการเติบโตจะชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า โดยตลาดกำลังให้น้ำหนักกับการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) เป็นหลัก และการรายงานงบจะเริ่มเข้มข้นตั้งแต่วันที่ 12 เป็นต้นไป ทั้งนี้ กลุ่มที่ยังเติบโตได้ดีคือกลุ่ม Hyperscalers และ AI Hardware

สรุปข่าว

"ประกิต สิริวัฒนเกตุ" บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ชี้ Bond Yield ที่พุ่งต่อเนื่องกดดันราคาทองคำเสี่ยงหลุด 4,000 ดอลลาร์ ขณะที่หุ้นสหรัฐฯ ยังมีลุ้นจากงบไตรมาสที่คาดออกมาดีกว่าคาด โดยเฉพาะกลุ่ม Hyperscalers และ AI Hardware ส่วนหุ้นไทยเป็นการซื้อขายกันเองในประเทศ และเริ่มเจอแรงขายจากการถูกปรับลดอันดับเครดิตในกลุ่มธนาคาร กลยุทธ์ช่วงนี้จึงแนะนำให้สำรองเงินสดไว้ ไม่ถือหุ้นเต็มพอร์ต เก็งกำไรระยะสั้นตามงบหุ้นสหรัฐฯ และรอจังหวะเข้า Global Bond กับทองคำ พร้อมย้ำว่ายังไม่ต้องรีบจัดพอร์ตปีหน้า ให้รอผลเลือกตั้งสหรัฐฯ ก่อน เพราะหากออกมาเป็น Democrat Sweep ปีหน้าอาจเป็นปีที่ยากลำบากของตลาดหุ้น

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ถึงทิศทางการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีและการวางแผนรับมือปีหน้า โดยย้ำว่าปัจจัยชี้ขาดที่สุดในเวลานี้คือผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ซึ่งนักลงทุนควร "รอดู" ก่อนตัดสินใจปรับพอร์ตใหญ่

Bond Yield พุ่ง กดดันทองคำเสี่ยงหลุด 4,000 ดอลลาร์

นายประกิต ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาทองคำ ทำให้มีความเสี่ยงที่ราคาทองคำจะหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ โดยเฉพาะในกรณีที่ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ พลิกโผไปเป็นฝั่งรีพับลิกัน

งบไตรมาสหนุนหุ้นสหรัฐฯ เด่นที่ Hyperscalers–AI Hardware

สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ประเมินว่าผลประกอบการไตรมาสนี้ยังมีแนวโน้มออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก แม้อัตราการเติบโตจะชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า โดยตลาดกำลังให้น้ำหนักกับการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) เป็นหลัก และการรายงานงบจะเริ่มเข้มข้นตั้งแต่วันที่ 12 เป็นต้นไป ทั้งนี้ กลุ่มที่ยังเติบโตได้ดีคือกลุ่ม Hyperscalers และ AI Hardware

หุ้นไทย "เล่นกันเอง" เจอแรงกดดันปรับลดเครดิตกลุ่มแบงก์

ส่วนตลาดหุ้นไทย นายประกิต มองว่าการที่ดัชนียังยืนอยู่ได้ในเวลานี้ "มันเหมือนเราเล่นกันเอง" คือเป็นการซื้อขายกันเองภายในกลุ่มนักลงทุนไทย ขณะเดียวกันยังมีแรงกดดันจากการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Downgrade) จากต่างประเทศในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารบางแห่ง

กลยุทธ์ลงทุน สำรองเงินสด อย่าถือหุ้นเต็มพอร์ต

ด้านกลยุทธ์ นายประกิต แนะนำให้นักลงทุน "เตรียมสแตนด์บายต้องมีเงินสดไว้" ไม่ควรถือหุ้นเต็มพอร์ตในช่วงนี้ ส่วนระยะสั้นสามารถเก็งกำไรหุ้นสหรัฐฯ ตามการประกาศผลประกอบการ หรือเล่นหุ้นไทยตัวเดิมที่ยังเคลื่อนไหวได้ ขณะที่ Global Bond และทองคำให้รอจังหวะเข้าลงทุนเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

ยังไม่ต้องรีบจัดพอร์ตปีหน้า รอ "มิสเตอร์อิเล็กชั่น"

นายประกิต ย้ำว่ายังไม่แนะนำให้รีบจัดพอร์ตรับปีหน้า เพราะต้องรอผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาด โดยระบุว่า "แผนที่ที่ดีที่สุดคือ รอ รอด รออะไร รอดู มิสเตอร์อิเล็กชั่น แค่นั้นเลย" ทั้งนี้ หากผลออกมาในรูปแบบ Democrat Sweep หรือพรรคเดโมแครตชนะแบบเบ็ดเสร็จ อาจทำให้ตลาดหุ้นปีหน้าปรับตัวลงแรงและเป็นปีที่ยากลำบาก

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน