ทองคำไซด์เวย์ แนวรับ 4,000 แนวต้าน 4,200 ดอลลาร์ เลื่อนเป้าปีหน้า

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ประเมินทิศทางราคาทองคำว่าอยู่ในภาวะแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) โดยแนะนำให้เล่นในกรอบแนวรับ 4,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และแนวต้าน 4,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ พร้อมเลื่อนเป้าหมายราคาที่ 4,600–4,800 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ออกไปเป็นเป้าหมายของปีหน้า

ดอกเบี้ย–บอนด์ยีลด์–หุ้นเทคฯ กดดันราคาทองคำ

นายณัฐวุฒิระบุว่า ปัจจัยกดดันราคาทองคำในขณะนี้มาจากสามส่วนหลัก ส่วนแรกคือแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก ทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ที่ยังมีทิศทางเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ส่วนที่สองคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้นในหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี โดยให้ผลตอบแทนอยู่ในระดับ 4–5% ซึ่งจูงใจให้นักลงทุนโยกเม็ดเงินออกจากทองคำไปลงทุนในพันธบัตรแทน

ส่วนที่สามคือการแข่งขันจากสินทรัพย์อื่น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ให้ผลตอบแทนจูงใจ และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนบางส่วนออกไปจากตลาดทองคำ

สรุปข่าว

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินราคาทองคำอยู่ในภาวะไซด์เวย์ จากแรงกดดันของแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ บอนด์ยีลด์ที่ขึ้นไปแตะระดับ 4–5% และเม็ดเงินที่ไหลเข้าหุ้นเทคโนโลยีและ AI ขณะที่แรงซื้อจริงและการสะสมทองคำของธนาคารกลางหลายประเทศยังช่วยพยุงราคาไว้ กลยุทธ์จึงแนะนำเล่นในกรอบแนวรับ 4,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และแนวต้าน 4,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ พร้อมเลื่อนเป้าหมาย 4,600–4,800 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ออกไปเป็นปีหน้า เพราะอัปไซด์ปีนี้จำกัด แต่ยังมองเป็นจังหวะทยอยสะสมสำหรับการลงทุนระยะยาว

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ประเมินทิศทางราคาทองคำว่าอยู่ในภาวะแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) โดยแนะนำให้เล่นในกรอบแนวรับ 4,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และแนวต้าน 4,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ พร้อมเลื่อนเป้าหมายราคาที่ 4,600–4,800 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ออกไปเป็นเป้าหมายของปีหน้า

ดอกเบี้ย–บอนด์ยีลด์–หุ้นเทคฯ กดดันราคาทองคำ

นายณัฐวุฒิระบุว่า ปัจจัยกดดันราคาทองคำในขณะนี้มาจากสามส่วนหลัก ส่วนแรกคือแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก ทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ที่ยังมีทิศทางเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ส่วนที่สองคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้นในหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี โดยให้ผลตอบแทนอยู่ในระดับ 4–5% ซึ่งจูงใจให้นักลงทุนโยกเม็ดเงินออกจากทองคำไปลงทุนในพันธบัตรแทน

ส่วนที่สามคือการแข่งขันจากสินทรัพย์อื่น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ให้ผลตอบแทนจูงใจ และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนบางส่วนออกไปจากตลาดทองคำ

แรงซื้อจริง–ธนาคารกลางสะสมทอง ช่วยพยุงราคา

อย่างไรก็ตาม นายณัฐวุฒิมองว่าราคาทองคำยังมีปัจจัยหนุนรองรับอยู่ โดยเฉพาะแรงซื้อที่มาจากความต้องการจริง (Real Demand) ทั้งจากการลงทุนและการสะสมทองคำของธนาคารกลางหลายประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงในทุนสำรองระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ในเชิงระดับราคา ราคาทองคำได้ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดมาแล้วประมาณ 30% จึงประเมินว่าโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลดลงแรงอีก 10–20% ในระยะข้างหน้าเป็นไปได้ยาก

กลยุทธ์ลงทุน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นายณัฐวุฒิแนะนำให้เน้นการเล่นในกรอบแบบ Sideway ระหว่างแนวรับ 4,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และแนวต้าน 4,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ซึ่งเป็นกรอบการแกว่งตัวประมาณบวกลบ 100 ดอลลาร์

ส่วนเป้าหมายราคาเดิมที่ระดับ 4,600–4,800 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์นั้น ถูกเลื่อนออกไปเป็นเป้าหมายของปีหน้า เนื่องจากมองว่าอัปไซด์ในปีนี้ค่อนข้างจำกัด ทั้งนี้ ประเมินว่าระดับราคาปัจจุบันเป็นจุดที่นักลงทุนสามารถทยอยสะสมได้ เนื่องจากราคายังไม่แพง และมีโอกาสกลับมาให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาด (Outperform) ได้ในระยะยาว

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน