น้ำท่วม 2569 จาก “รัฐเยียวยา” สู่ “ประกันภัยพิบัติ” คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน วงเงิน 1.55 หมื่นล้านบาท

ประเทศไทยกำลังปรับรูปแบบการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โดยในช่วงก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2569 รัฐบาลยังรับผิดชอบการเยียวยาประชาชน 100% และใช้งบกลางในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่ามีงบกลางเพียงพอรองรับสถานการณ์ ขณะที่ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป จะเข้าสู่โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งครอบคลุมกว่า 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ ภายใต้วงเงินดำเนินการ 15,500 ล้านบาท
สำหรับการช่วยเหลือกรณีน้ำท่วม ครัวเรือนที่เข้าเงื่อนไขจะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาท ภายใน 7 วัน หลังจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่น้ำท่วม จากนั้นบริษัทประกันภัยจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและจ่ายชดเชยตามความเสียหายจริงเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาทต่อครัวเรือน
ทำให้มีวงเงินช่วยเหลือสูงสุด 100,000 บาทต่อครัวเรือน โดยรัฐบาลแบ่งวงเงินดำเนินโครงการเป็น 2 งวด ได้แก่ 10,000 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2569 และราว 5,500 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2570
สรุปข่าว
ประเทศไทยกำลังปรับรูปแบบการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โดยในช่วงก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2569 รัฐบาลยังรับผิดชอบการเยียวยาประชาชน 100% และใช้งบกลางในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่ามีงบกลางเพียงพอรองรับสถานการณ์ ขณะที่ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป จะเข้าสู่โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งครอบคลุมกว่า 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ ภายใต้วงเงินดำเนินการ 15,500 ล้านบาท
สำหรับการช่วยเหลือกรณีน้ำท่วม ครัวเรือนที่เข้าเงื่อนไขจะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาท ภายใน 7 วัน หลังจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่น้ำท่วม จากนั้นบริษัทประกันภัยจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและจ่ายชดเชยตามความเสียหายจริงเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาทต่อครัวเรือน
ทำให้มีวงเงินช่วยเหลือสูงสุด 100,000 บาทต่อครัวเรือน โดยรัฐบาลแบ่งวงเงินดำเนินโครงการเป็น 2 งวด ได้แก่ 10,000 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2569 และราว 5,500 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2570

อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือ พื้นที่การเกษตร ยังคงเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามหลักเกณฑ์การเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติ ขณะที่ในมุมเศรษฐกิจ น้ำท่วมไม่ได้กระทบเฉพาะครัวเรือน แต่ยังส่งผลต่อภาคธุรกิจ ทั้งการค้าปลีก การผลิต การขนส่ง และการท่องเที่ยวในพื้นที่ประสบภัย ขณะเดียวกัน หลังน้ำลดอาจเกิดความต้องการซ่อมแซมบ้านและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพิ่มขึ้น
สำหรับตลาดหุ้น กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมและฟื้นฟู ได้แก่ HMPRO, GLOBAL, DOHOME และ MRDIYT ขณะที่ TASCO เชื่อมโยงกับงานซ่อมแซมถนนและโครงสร้างพื้นฐาน ส่วน CPALL และ CPAXT อาจได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในช่วงเกิดเหตุและหลังน้ำลด
- "ทัพบก ทัพเรือ ทัพฟ้า"ระดมกำลังสู้ภัย"น้ำท่วม" 24 ชั่วโมง
- แม็คโคร-โลตัส เติมสต็อกรับฝนหนัก ย้ำสินค้าจำเป็นเพียงพอ
- เปิดปัจจัยน้ำท่วม กทม. ฝนตกแช่ข้ามวัน แม้ท่อไม่ตันแต่คลองเต็ม
- ภาคกลาง-ตะวันออก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 26-27 ก.ย. นี้
- กทม.ฝนจะเริ่มซาเย็นนี้! “ชัชชาติ” มั่นใจ 2-3 วันคลี่คลาย สั่ง WFH วันจันทร์ ลดการเดินทาง
ที่มาข้อมูล : ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth
