จีน-อินเดีย แย่งซื้อน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย สงครามกดดันส่งออกพลังงาน

Share on Line Share on Facebook Share on X

ศึกชิงน้ำมันรัสเซีย! เมื่อ "จีน-อินเดีย" สองยักษ์ใหญ่เอเชียปะทะวิกฤตพลังงานโลก

เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงจากความตึงเครียดของสงครามในแถบช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสายหลักของโลก สองประเทศที่มีประชากรมากที่สุดอย่าง "จีน" และ "อินเดีย" จึงต้องดิ้นรนหาทางรอดเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน และทางออกที่สำคัญที่สุดของทั้งคู่ก็คือ "น้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย"

สรุปข่าว

จีน-อินเดีย วิ่งหาน้ำมันราคาถูกรัสเซียสู่วิกฤตพลังงานโลก เสี่ยงกระทบต่อความมั่นคง และเศรษฐกิจ จากสงครามในพื้นที่ตะวันออกกลางที่ทำเส้นทางขนส่งพลังงานโลกปั่นป่วน

ศึกชิงน้ำมันรัสเซีย! เมื่อ "จีน-อินเดีย" สองยักษ์ใหญ่เอเชียปะทะวิกฤตพลังงานโลก

เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงจากความตึงเครียดของสงครามในแถบช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสายหลักของโลก สองประเทศที่มีประชากรมากที่สุดอย่าง "จีน" และ "อินเดีย" จึงต้องดิ้นรนหาทางรอดเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน และทางออกที่สำคัญที่สุดของทั้งคู่ก็คือ "น้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย"

ย้อนกลับไปหลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2022 ชาติตะวันตกสั่งคว่ำบาตรรัสเซีย ทำให้รัสเซียต้องตัดราคาน้ำมันเพื่อหาลูกค้ารายใหม่ อินเดียและจีนจึงเข้าซื้อในราคาส่วนลดอย่างมหาศาล โดยอินเดียนำเข้าน้ำมันดิบรัสเซียมากลั่นเป็นเชื้อเพลิงใช้ในประเทศและส่งออก สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด แต่ทว่าในปี 2026 สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของรัสเซียถูกยูเครนโจมตี จนต้องลดกำลังการผลิตลงเหลือราว 9.88 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้น้ำมันรัสเซียเริ่มตึงตัว ปริมาณส่งออกไปอินเดียลดลงเกือบ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม

ขณะเดียวกัน จีนก็เจอปัญหาเส้นทางขนส่งในตะวันออกกลาง จนต้องหันมารุกซื้อน้ำมันดิบรัสเซียผ่านเส้นทางเดินเรือทางตะวันออกมากขึ้น เกิดเป็นภาวะแย่งชิงอุปทานน้ำมันโดยอ้อม สถานการณ์นี้บังคับให้โรงกลั่นในอินเดียต้องกระจายความเสี่ยง โดยยอมจ่ายค่าขนส่งที่แพงขึ้นเพื่อกว้านซื้อน้ำมันจากแอฟริกาตะวันตก โอมาน และทวีปอเมริกา ด้านจีนแม้จะล็อกอุปทานจากรัสเซียได้มากขึ้น แต่ก็เจอภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ความต้องการน้ำมันโดยรวมลดลง

ศึกชิงพลังงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า วิกฤตพลังงานไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะหากต้นทุนน้ำมันดิบพุ่งสูง สินค้าและค่าครองชีพทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ย่อมได้รับผลกระทบเป็นห่วงโซ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH

ที่มารูปภาพ : canva

แท็กบทความ