เริ่มที่ฝั่งสหรัฐฯ พันธมิตรเพื่อการนวัตกรรมยานยนต์ (Alliance for Automotive Innovation) ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใหญ่สุดในสหรัฐอเมริกา และเป็นตัวแทนของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เช่น General Motors, Ford, Toyota, Volkswagen, Hyundai, Honda และ Stellantis รวมถึงผู้ผลิตรายอื่น ๆ เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านกฎหมาย ที่ห้ามรถยนต์จากจีนเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมาธิการพาณิชย์ของวุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นชอบร่างกฎหมาย เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดผู้ผลิตรถยนต์จีนไม่ให้เข้าไปทำตลาดในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาอีกหลายขั้นตอนก่อนจะมีผลบังคับใช้
ร่างกฎหมายดังกล่าว ยังครอบคลุมเทคโนโลยีที่รถยนต์ใช้เชื่อมต่อกับโลกภายนอก เช่น Bluetooth, Wi-Fi, เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมบางประเภท เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ กังวลว่าเทคโนโลยีเหล่านี้อาจเปิดช่องให้รถยนต์เก็บรวบรวมและส่งข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของรถชาวอเมริกันกลับไปยังต่างประเทศ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ
สรุปข่าว
เริ่มที่ฝั่งสหรัฐฯ พันธมิตรเพื่อการนวัตกรรมยานยนต์ (Alliance for Automotive Innovation) ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใหญ่สุดในสหรัฐอเมริกา และเป็นตัวแทนของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เช่น General Motors, Ford, Toyota, Volkswagen, Hyundai, Honda และ Stellantis รวมถึงผู้ผลิตรายอื่น ๆ เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านกฎหมาย ที่ห้ามรถยนต์จากจีนเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมาธิการพาณิชย์ของวุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นชอบร่างกฎหมาย เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดผู้ผลิตรถยนต์จีนไม่ให้เข้าไปทำตลาดในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาอีกหลายขั้นตอนก่อนจะมีผลบังคับใช้
ร่างกฎหมายดังกล่าว ยังครอบคลุมเทคโนโลยีที่รถยนต์ใช้เชื่อมต่อกับโลกภายนอก เช่น Bluetooth, Wi-Fi, เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมบางประเภท เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ กังวลว่าเทคโนโลยีเหล่านี้อาจเปิดช่องให้รถยนต์เก็บรวบรวมและส่งข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของรถชาวอเมริกันกลับไปยังต่างประเทศ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ
John Bozzella ซีอีโอ ของกลุ่มพันธมิตรฯ ระบุในจดหมายถึงสภาคองเกรส ว่า ขณะนี้ผู้ผลิตรถยนต์จีนกำลังนำรถยนต์ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลจีนออกไปทำตลาดทั่วโลกในลักษณะการทุ่มตลาด ซึ่งรถยนต์จีนเหล่านี้ยังติดตั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อระบบออนไลน์
แม้สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ แต่ด้วยขนาดและความเร่งด่วนของภัยคุกคาม จึงเรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านกฏหมายห้ามรถยนต์ รวมถึงซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์จากจีน ก่อนสิ้นสุดสมัยประชุมในปีนี้ และกำหนดให้มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายถาวร
เขาระบุด้วยว่า หากร่างกฎหมายผ่านความเห็นชอบ จะเป็นสัญญาณที่ชัดเจนจากทั้งพรรครีพับลิกัน และเดโมแครตว่า สหรัฐฯ มองการขยายอิทธิพลของจีนในอุตสาหกรรมรถยนต์โลก เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ และพร้อมตอบโต้ด้วยมาตรการทางกฎหมาย
ขณะเดียวกัน รอยเตอร์ส รายงานความคิดเห็นของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชังตัน ซึ่งไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว โดยระบุว่า จีนได้ยกเลิกข้อจำกัดด้านการเข้าถึงตลาดสำหรับนักลงทุนต่างชาติในภาคการผลิตแล้ว และยังเปิดกว้างให้ผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในจีน พร้อมชี้ว่าแบรนด์ อย่าง Tesla, Buick, Toyota และ Ford ต่างก็เข้าไปทำตลาดและมีฐานลูกค้าอยู่ในประเทศจีน
ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ เดินหน้าผลักดันมาตรการสกัดรถยนต์จีน ค่ายรถยุโรป ก็เร่งปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่
ล่าสุด Volkswagen มีแผนปรับลดพนักงานอีกประมาณ 50,000 ตำแน่งทั่วโลก เพิ่มจากเดิมที่อยู่ในระหว่างดำเนินการปรับลดพนักงานราว 50,000 ตำแหน่ง ทำให้การปรับโครงสร้างครั้งนี้อาจมีตัวเลขรวมกันสูงถึงประมาณ 100,000 ตำแหน่ง
โดยคณะกรรมการกำกับดูแลของ Volkswagen ได้อนุมัติแผนปรับโครงสร้างองค์กรเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อรับมือกับแรงกดดันจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ กำลังการผลิตส่วนเกิน และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์จีน
แผนดังกล่าวถือเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 89 ปีของบริษัทฯ ซึ่งนอกจากการลดพนักงานแล้ว ยังจะพิจารณาทางเลือกใหม่สำหรับโรงงาน 4 แห่งในเยอรมนี ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะไม่มีการป้อนรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่สายการผลิตในช่วงทศวรรษหน้า หากไม่สามารถลดต้นทุนได้เพียงพอ
ขณะที่ Jaguar Land Rover เป็นอีกค่ายรถยุโรปรายล่าสุดที่เดินหน้าปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยบริษัทฯ เตรียมเปิดโครงการให้พนักงานลาออกโดยสมัครใจ สำหรับพนักงานในกลุ่ม พนักงานเงินเดือนและทีมบริหาร แม้จะยังไม่ได้มีการยืนยันตัวเลขเป้าหมายการลดคนที่ชัดเจน แต่ The Times รายงานว่าอาจมีตำแหน่งงานได้รับผลกระทบสูงสุดราว 4,000 ตำแหน่งในช่วง 2 ปีข้างหน้า
Jaguar Land Rover ระบุในแถลงการณ์ว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการรับมือกับสภาวะตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยบริษัทตั้งเป้าประหยัดต้นทุนประมาณ 1,700 ล้านปอนด์ ในช่วง 2 ปีข้างหน้า พร้อมลดจุดคุ้มทุนลงมาอยู่ที่ยอดผลิตประมาณ 300,000 คัน เพื่อทำให้โครงสร้างองค์กรกระชับขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของตลาดได้มากขึ้น
นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า จากัวร์ฯ กำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งยอดขายที่ชะลอตัว ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญสำหรับรถยนต์หรูอย่าง Range Rover และ Defender รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์จีนในตลาดอังกฤษ โดยเฉพาะ Jaecoo 7 ซึ่งสามารถขึ้นไปอยู่ในอันดับ 3 ของรถยนต์ขายดีที่สุดในอังกฤษได้
ขณะเดียวกัน จากัวร์ฯ ก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาการผลิต หลังเกิดเหตุไฟไหม้โรงงานของซัพพลายเออร์ในนอร์เวย์ จนต้องหยุดการผลิตรถบางรุ่นเป็นการชั่วคราว
ก่อนหน้านี้ เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา BMW ก็ประกาศลดพนักงานหลายพันตำแหน่งในเยอรมนี และจะดำเนินการภายในสิ้นปี 2027 ผ่านโครงการลาออกโดยสมัครใจ ซึ่ง รอยเตอร์ส รายงานด้วยว่า แผนดังกล่าวอาจทำให้จำนวนพนักงานทั่วโลกลดลงประมาณ 8,000 ตำแหน่ง และเน้นไปที่การลดพนักงานในสายงานบริหารและพัฒนา
ซึ่งการปรับลดพนักงาน เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมรถยนต์เยอรมนี ทั้งการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าที่มีต้นทุนสูง การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์จีน และผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ในตลาดจีนก็กำลังเผชิญการแข่งขันจากผู้ผลิตท้องถิ่นอย่างหนัก
ส่งผลให้ค่ายรถเยอรมันต้องเร่งลดต้นทุนและปรับโครงสร้างเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
