"ยศชนัน" ดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน แปรรูปเกษตรสร้างมูลค่า ยกระดับรายได้ยั่งยืน

Share on Line Share on Facebook Share on X
"ยศชนัน" ดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน แปรรูปเกษตรสร้างมูลค่า ยกระดับรายได้ยั่งยืน

"ยศชนัน" ร่วมปาฐกถาพิเศษ ทางรอดประเทศไทย ฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน  ในงาน GCNT Expo 2026 


ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขึ้นแสดงปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "ทางรอดประเทศไทย ฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน" ในงาน GCNT Expo 2026 จัดโดยสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) ณ True Digital Park (West) กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “From SHOCK To SHIFT: Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World” 

ศ.ดร.ยศชนัน ได้ชูแนวทาง Backcasting วางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) พร้อมย้ำรัฐบาลพร้อมแบกรับความเสี่ยงงานวิจัยเชิงลึกเพื่อส่งต่อภาคเอกชนขยายผล  และได้กล่าวถึงประสบการณ์ทำงานด้านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 9 (นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน) และ SDG 3 (สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) ตั้งแต่สมัยทำงานในสถาบันอุดมศึกษา พร้อมระบุว่าแต่ละเป้าหมายมีกรอบเวลาและความท้าทายที่แตกต่างกัน บางเป้าหมายจำเป็นต้องฟื้นฟู (Recover) อย่างเร่งด่วน รัฐบาลจึงมุ่งนำกระบวนการ "Backcasting" หรือการมองจากเป้าหมายในอนาคตกลับมาสู่ปัจจุบัน เพื่อวางกลยุทธ์และจัดสรรทรัพยากรให้ทันท่วงที


ทั้งนี้ กระทรวงอว.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งเน้นแนวคิด Nature Positive โดยมองว่าความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และทรัพยากรธรรมชาติคือ First Principle หรือรากฐานของทุกเป้าหมาย เช่น


"วิทยาศาสตร์ฟื้นฟูระบบนิเวศ" ใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ทรัพยากรที่สูญเสียไป เช่น ทะเล เพื่อฟื้นฟูสิ่งมีชีวิตตรงจุดให้ธรรมชาติเยียวยากันเอง


"Circular Economy" ในระดับชุมชนยกตัวอย่างโมเดลลดการเผาในภาคเกษตร (เชียงราย) โดยเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้เป็นรายได้ เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ พร้อมงานวิจัยเพิ่มมูลค่า เช่น การแปรรูปข้าวเป็นยาสมุนไพร


"บทบาทรัฐและเอกชน" รัฐบาลจะรับภาระความเสี่ยงในการลงทุนวิจัยเชิงลึก (Deep Research) ขณะที่ภาคเอกชนและประชาสังคมนำไป scaling หรือขยายผลในเชิงพาณิชย์



สรุปข่าว

“ยศชนัน” ชู Backcasting–Nature Positive วางเป้าหมายอนาคตแล้วเร่งลงมือวันนี้ ดันวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมฟื้นฟูธรรมชาติ เดินหน้า เศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยนของเหลือภาคเกษตรเป็นรายได้ เพิ่มมูลค่าสินค้าไทยด้วยงานวิจัยและเทคโนโลยี ย้ำความยั่งยืนต้องไปพร้อมกับ แก้ปัญหาปากท้องและพัฒนาคน รัฐรับความเสี่ยงงานวิจัยลึก ก่อนส่งต่อเอกชนขยายผล

"ยศชนัน" ร่วมปาฐกถาพิเศษ ทางรอดประเทศไทย ฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน  ในงาน GCNT Expo 2026 


ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขึ้นแสดงปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "ทางรอดประเทศไทย ฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน" ในงาน GCNT Expo 2026 จัดโดยสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) ณ True Digital Park (West) กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “From SHOCK To SHIFT: Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World” 

ศ.ดร.ยศชนัน ได้ชูแนวทาง Backcasting วางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) พร้อมย้ำรัฐบาลพร้อมแบกรับความเสี่ยงงานวิจัยเชิงลึกเพื่อส่งต่อภาคเอกชนขยายผล  และได้กล่าวถึงประสบการณ์ทำงานด้านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 9 (นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน) และ SDG 3 (สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) ตั้งแต่สมัยทำงานในสถาบันอุดมศึกษา พร้อมระบุว่าแต่ละเป้าหมายมีกรอบเวลาและความท้าทายที่แตกต่างกัน บางเป้าหมายจำเป็นต้องฟื้นฟู (Recover) อย่างเร่งด่วน รัฐบาลจึงมุ่งนำกระบวนการ "Backcasting" หรือการมองจากเป้าหมายในอนาคตกลับมาสู่ปัจจุบัน เพื่อวางกลยุทธ์และจัดสรรทรัพยากรให้ทันท่วงที


ทั้งนี้ กระทรวงอว.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งเน้นแนวคิด Nature Positive โดยมองว่าความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และทรัพยากรธรรมชาติคือ First Principle หรือรากฐานของทุกเป้าหมาย เช่น


"วิทยาศาสตร์ฟื้นฟูระบบนิเวศ" ใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ทรัพยากรที่สูญเสียไป เช่น ทะเล เพื่อฟื้นฟูสิ่งมีชีวิตตรงจุดให้ธรรมชาติเยียวยากันเอง


"Circular Economy" ในระดับชุมชนยกตัวอย่างโมเดลลดการเผาในภาคเกษตร (เชียงราย) โดยเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้เป็นรายได้ เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ พร้อมงานวิจัยเพิ่มมูลค่า เช่น การแปรรูปข้าวเป็นยาสมุนไพร


"บทบาทรัฐและเอกชน" รัฐบาลจะรับภาระความเสี่ยงในการลงทุนวิจัยเชิงลึก (Deep Research) ขณะที่ภาคเอกชนและประชาสังคมนำไป scaling หรือขยายผลในเชิงพาณิชย์



รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การอนุรักษ์ธรรมชาติและการสร้างความยั่งยืนต้องทำควบคู่ไปกับแก้ปัญหาปากท้อง และต้องปลูกฝังความเป็นพลเมืองดีตั้งแต่ระดับเด็กและเยาวชน ผ่านการปฏิรูปโครงสร้างการศึกษา ได้แก่ สร้างคุณค่าสายอาชีวะ เปิดโอกาสให้เด็กกลุ่ม Drop Out หรือผู้ที่ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย สามารถเข้าสู่ระบบอุดมศึกษาเพื่อรับปริญญาได้ การลดความเหลื่อมล้ำ สนับสนุนให้เยาวชนที่เริ่มทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย สามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำเมื่อพร้อม เพื่อสร้างความเท่าเทียมในสังคมอย่างแท้จริง


พร้อมกันนี้ได้กล่าวขอบคุณสมาคม GCNT องค์การสหประชาชาติ (UN) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมมือกันขับเคลื่อนเป้าหมายยั่งยืนโดยไม่ได้มองเพียงผลกำไร แต่ทำเพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืนให้แก่ลูกหลานในอนาคต 

GCNT Expo 2026 จัดวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ที่ True Digital Park (West) กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “From SHOCK To SHIFT: Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World” เปิดพื้นที่หารือ 6 โจทย์สำคัญ ตั้งแต่ภูมิรัฐศาสตร์ กติกาสีเขียว การเงิน พลังงาน Climate Change เทคโนโลยีและ AI ไปจนถึงทุนมนุษย์ เพื่อเปลี่ยนวิกฤตและความไม่แน่นอนของโลกให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของไทย


งานรวบรวมภาครัฐ ภาคธุรกิจ UN นักวิชาการ และคนรุ่นใหม่ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางรับมือการเปลี่ยนแปลงที่กระทบโดยตรงต่อต้นทุนธุรกิจ การลงทุน การค้า ห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถในการแข่งขัน


ไฮไลต์ 3 วัน แบ่งเป็น 2 ก.ย. 2569 From Shock to Shift มองภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก 3 ก.ย. 2569 Green Rules, Finance & Nature เจาะกติกาสีเขียวและการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน และ 4 ก.ย. 2569 Energy, Technology & People โฟกัสพลังงาน AI Data Center เทคโนโลยี และทักษะแรงงานแห่งอนาคต โดย เปิดให้เข้าร่วมฟรี 


ที่มาข้อมูล : GCNT Expo 2026

ที่มารูปภาพ : GCNT Expo 2026

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ