นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยภายหลังหารือกับผู้บริหารแอร์บัส ประเทศไทย ว่า แอร์บัสเตรียมยกระดับบทบาทประเทศไทยให้เป็นฐานสำคัญด้านดิจิทัลและวิศวกรรมการบินของภูมิภาค พร้อมขยายกิจการและเพิ่มการจ้างงานบุคลากรทักษะสูง
หนึ่งในแผนสำคัญ คือ การขยายธุรกิจ Skywise ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของแอร์บัส โดยเตรียมใช้กรุงเทพฯ เป็นสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชีย รับผิดชอบตลาดอาเซียน จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
ขณะเดียวกัน แอร์บัสกำลังขยายทีมทดสอบซอฟต์แวร์ในประเทศไทย และจะใช้ไทยเป็นฐานทดสอบเพียงแห่งเดียว สำหรับซอฟต์แวร์ที่ให้บริการลูกค้าและสายการบินทั่วโลก ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบ
ซอฟต์แวร์ของ Skywise ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลการบิน การวางแผนเที่ยวบินและลูกเรือ การบริหารความปลอดภัย ไปจนถึงระบบคาดการณ์การซ่อมบำรุงเครื่องบิน ซึ่งช่วยลดเวลาหยุดใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนของสายการบิน
สรุปข่าว
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยภายหลังหารือกับผู้บริหารแอร์บัส ประเทศไทย ว่า แอร์บัสเตรียมยกระดับบทบาทประเทศไทยให้เป็นฐานสำคัญด้านดิจิทัลและวิศวกรรมการบินของภูมิภาค พร้อมขยายกิจการและเพิ่มการจ้างงานบุคลากรทักษะสูง
หนึ่งในแผนสำคัญ คือ การขยายธุรกิจ Skywise ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของแอร์บัส โดยเตรียมใช้กรุงเทพฯ เป็นสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชีย รับผิดชอบตลาดอาเซียน จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
ขณะเดียวกัน แอร์บัสกำลังขยายทีมทดสอบซอฟต์แวร์ในประเทศไทย และจะใช้ไทยเป็นฐานทดสอบเพียงแห่งเดียว สำหรับซอฟต์แวร์ที่ให้บริการลูกค้าและสายการบินทั่วโลก ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบ
ซอฟต์แวร์ของ Skywise ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลการบิน การวางแผนเที่ยวบินและลูกเรือ การบริหารความปลอดภัย ไปจนถึงระบบคาดการณ์การซ่อมบำรุงเครื่องบิน ซึ่งช่วยลดเวลาหยุดใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนของสายการบิน
ปัจจุบัน แอร์บัสมีบุคลากรในประเทศไทยมากกว่า 200 คน เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจากปี 2022 และร้อยละ 85 เป็นคนไทย ครอบคลุมทั้งวิศวกรการบินและอวกาศ วิศวกรซอฟต์แวร์ ช่างเทคนิค และบุคลากรทักษะสูง โดยบริษัทเตรียมรับพนักงานเพิ่มอีกกว่า 40 คนภายในปีนี้
นอกจากนี้ บีโอไอและแอร์บัสยังหารือแนวทางผลักดันผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนความแม่นยำสูงของไทย ให้ต่อยอดเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอากาศยาน ทั้งโครงสร้างเครื่องบิน วัสดุคอมโพสิต และอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร ปัจจุบันแอร์บัสมีซัพพลายเออร์ในไทย ตั้งแต่ระดับเทียร์ 1 ถึงเทียร์ 3 ประมาณ 80 บริษัท
โอกาสดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่แอร์บัสมียอดสั่งซื้อเครื่องบินรอส่งมอบมากกว่า 9,000 ลำ เทียบเท่ากำลังการผลิตมากกว่า 10 ปี และต้องการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานไปยังฐานผลิตใหม่
อีกสองเป้าหมายสำคัญ คือ การพัฒนาบุคลากรรองรับธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยาน หรือ MRO และผลักดันไทยเป็นฐานผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF โดยไทยมีจุดแข็งจากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และอุตสาหกรรมเอทานอล
อย่างไรก็ตาม แผนด้าน MRO และการผลิต SAF ยังอยู่ในขั้นหารือและพัฒนาแนวทาง ส่วนการขยาย Skywise และการเพิ่มบุคลากร เป็นการต่อยอดจากกิจกรรมที่แอร์บัสดำเนินงานอยู่ในประเทศไทยแล้ว
