จ่อปรับเงินอุดหนุน "โซลาร์รูฟท็อป" ให้ 30,000 ถึง 50,000 บาท คิดตามสัดส่วนใช้ไฟ

Share on Line Share on Facebook Share on X
จ่อปรับเงินอุดหนุน "โซลาร์รูฟท็อป" ให้ 30,000 ถึง 50,000 บาท คิดตามสัดส่วนใช้ไฟ

คลัง เตรียมปรับเกณฑ์ เงินอุดหนุนติตตั้ง “โซลาร์รูฟท็อป”ภาคครัวเรือน คาดแจก 3-5 หมื่นบาท คิดตามสัดส่วนการใช้ไฟ


นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึง ความคืบหน้าโครงการลดภาระประชาชนในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งเป็นโครงการของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟผ.) นั้น 


โดยนางจินดารัตน์ ระบุว่า ขณะนี้รอให้หน่วยงานสรุปรายละเอียดของโครงการมาให้พิจารณาอีกครั้ง เพื่อเสนอให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา โดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับการกำหนดวงเงินที่จะอุดหนุนแต่ละครัวเรือนในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของแต่ละครัวเรือนมากขึ้น ทั้งนี้จากเดิมที่คาดว่าจะกำหนดวงเงินอุดหนุนให้ครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท สำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 5 กิโลวัตต์


โดยเบื้องต้น เป็นไปได้ว่าอาจจะมีการปรับการกำหนดวงเงินที่จะอุดหนุนครัวเรือนตามสัดส่วนการใช้ไฟฟ้า เช่น 3 กิโลวัตต์ เงินอุดหนุนก็อาจจะอยู่ที่ 3 หมื่นบาทต่อครัวเรือน หากเป็น 5 กิโลวัตต์ เงินอุดหนุนก็อาจจะอยู่ที่ 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ส่วนนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดชัดเจน ต้องรอให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาก่อน


ผู้อำนวยการ สบน.กล่าวว่า ต้องรอพิจารณารายละเอียดกันอีกรอบ เพราะขณะนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบยังอยู่ระหว่างการเร่งสรุป มีหลายปัจจัยที่จะต้องนำมาพิจารณารวมในการกำหนดวงเงินอุดหนุน และรายละเอียดต่าง ๆ ของโครงการ อาทิ จำนวนผู้ให้บริการ และจำหน่ายระบบโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย (เวนเดอร์) ว่ามีกี่เจ้า มีความพร้อมหรือไม่ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดของโครงการนี้ คือ ความจำเป็นและความพร้อม




สรุปข่าว

คลังฯ จ่อปรับเกณฑ์อุดหนุนโซลาร์รูฟท็อป จากเดิม 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน เล็งให้เงินอุดหนุนตามขนาดและสัดส่วนการใช้ไฟ เช่น 3 กิโลวัตต์ 3 หมื่นบาท ยังต้องรอคณะอนุกรรมการพิจารณา พร้อมคุมเข้มโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานวงเงิน 2 แสนล้านบาท

คลัง เตรียมปรับเกณฑ์ เงินอุดหนุนติตตั้ง “โซลาร์รูฟท็อป”ภาคครัวเรือน คาดแจก 3-5 หมื่นบาท คิดตามสัดส่วนการใช้ไฟ


นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึง ความคืบหน้าโครงการลดภาระประชาชนในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งเป็นโครงการของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟผ.) นั้น 


โดยนางจินดารัตน์ ระบุว่า ขณะนี้รอให้หน่วยงานสรุปรายละเอียดของโครงการมาให้พิจารณาอีกครั้ง เพื่อเสนอให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา โดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับการกำหนดวงเงินที่จะอุดหนุนแต่ละครัวเรือนในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของแต่ละครัวเรือนมากขึ้น ทั้งนี้จากเดิมที่คาดว่าจะกำหนดวงเงินอุดหนุนให้ครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท สำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 5 กิโลวัตต์


โดยเบื้องต้น เป็นไปได้ว่าอาจจะมีการปรับการกำหนดวงเงินที่จะอุดหนุนครัวเรือนตามสัดส่วนการใช้ไฟฟ้า เช่น 3 กิโลวัตต์ เงินอุดหนุนก็อาจจะอยู่ที่ 3 หมื่นบาทต่อครัวเรือน หากเป็น 5 กิโลวัตต์ เงินอุดหนุนก็อาจจะอยู่ที่ 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ส่วนนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดชัดเจน ต้องรอให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาก่อน


ผู้อำนวยการ สบน.กล่าวว่า ต้องรอพิจารณารายละเอียดกันอีกรอบ เพราะขณะนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบยังอยู่ระหว่างการเร่งสรุป มีหลายปัจจัยที่จะต้องนำมาพิจารณารวมในการกำหนดวงเงินอุดหนุน และรายละเอียดต่าง ๆ ของโครงการ อาทิ จำนวนผู้ให้บริการ และจำหน่ายระบบโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย (เวนเดอร์) ว่ามีกี่เจ้า มีความพร้อมหรือไม่ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดของโครงการนี้ คือ ความจำเป็นและความพร้อม




ส่วนความคืบหน้าการใช้จ่ายเงินตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) 4 แสนล้านบาท ในส่วนที่ 2 วงเงิน 2 แสนล้านบาท เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ ว่า ล่าสุดขณะนี้ได้มีการแจกจ่ายหลักเกณฑ์ และรายละเอียดเกี่ยวกับการกำหนดโครงการ วัตถุประสงค์ วงเงิน ระยะเวลาของโครงการ รวมถึงขอบเขตการดำเนินงานที่สำคัญให้กับแต่ละหน่วยงานที่เตรียมเสนอขอใช้เงินแล้ว


รวมถึงจะมีตัวชี้วัดที่เข้มข้นด้วยว่า โครงการที่จะเสนอใช้เงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานในก้อนนี้ จะมีส่วนในการช่วยลดการใช้พลังงานจากฟอสซิสมากน้อยเพียงใด หรือสามารถสร้างคาร์บอนเครดิตได้หรือไม่ เป็นต้น


นางจินดารัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้รอให้หน่วยงานต่าง ๆ เสนอรายละเอียดโครงการเข้ามา เพื่อให้คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมของโครงการภายใต้ พ.ร.ก. เงินกู้ฯ ซึ่งมีนายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดพลังงานเป็นประธานได้พิจารณา หลังจากนั้นจึงจะเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ที่มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง พิจารณาต่อไป


โดยเบื้องต้นกำหนดกรอบว่า หน่วยงานที่จะเสนอขอใช้จ่ายเงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานฯ จะต้องเร่งเสนอโครงการเข้ามาภายในวันที่ 30 ก.ย. 69 ซึ่งคณะกรรมการกลั่นกรองจะใช้เวลาพิจารณาราว 15 วัน ส่วนกรอบการเบิกจ่ายเม็ดเงินนั้น จะต้องดำเนินการก่อนวันที่ 30 ก.ย. 2570



“ที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีบางหน่วยงานที่เสนอคำขอเข้ามาแล้ว แต่อาจยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ เพราะมีเกณฑ์การพิจารณาอย่างละเอียด รอบคอบ และเข้มข้น ก็ได้สั่งให้หน่วยงานกลับไปเร่งจัดทำรายละเอียดให้สอดคล้อง และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. เงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ โดยคาดว่าคณะอนุกรรมการฯ จะประชุมนัดแรกเร็วที่สุด แต่ตอนนี้ยังไม่ได้กำหนดวัน” นางจินดารัตน์ ระบุ

ที่มาข้อมูล : กระทรวงการคลัง

ที่มารูปภาพ : กระทรวงการคลัง

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ