จีนพบการเร่งขยายโซลาร์เซลล์ ทำความหลากหลายนกลดลง 2.1%

Share on Line Share on Facebook Share on X
จีนพบการเร่งขยายโซลาร์เซลล์ ทำความหลากหลายนกลดลง 2.1%

งานวิจัยจีนจากมหาวิทยาลัยสารสนเทศศาสตร์และเทคโนโลยีนานกิง (Nanjing University of Information Science & Technology) ครอบคลุมพื้นที่จีน 2,344 แห่งในช่วงปี 2014–2023 พบว่า เมื่อนโยบายส่งเสริมโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้น 1 ส่วน ดัชนีความหลากหลายของนกในพื้นที่จะลดลงประมาณ 2.10%

สรุปข่าว

งานวิจัยจีนจากมหาวิทยาลัยสารสนเทศศาสตร์และเทคโนโลยีนานกิง (Nanjing University of Information Science & Technology) ครอบคลุมพื้นที่จีน 2,344 แห่งในช่วงปี 2014–2023 พบว่า เมื่อนโยบายส่งเสริมโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้น 1 ส่วน ดัชนีความหลากหลายของนกในพื้นที่จะลดลงประมาณ 2.10%

งานวิจัยจีนจากมหาวิทยาลัยสารสนเทศศาสตร์และเทคโนโลยีนานกิง (Nanjing University of Information Science & Technology) ครอบคลุมพื้นที่จีน 2,344 แห่งในช่วงปี 2014–2023 พบว่า เมื่อนโยบายส่งเสริมโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้น 1 ส่วน ดัชนีความหลากหลายของนกในพื้นที่จะลดลงประมาณ 2.10%

ความหลากหลายของนกลดลง 2.10% เมื่อโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้น

รัฐบาลจีนได้ดำเนินนโยบายสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล การขยายตัวดังกล่าวเกิดขึ้นในระดับที่ใหญ่มาก โครงการโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่จำนวนมากต้องใช้พื้นที่ต่อเนื่องเป็นบริเวณกว้าง ทำให้พื้นที่ชนบทหลายพันตารางกิโลเมตรถูกนำมาใช้สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

ปัญหาจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตัวแผงโซลาร์เซลล์ แต่เกี่ยวข้องกับคำถามสำคัญว่า โครงการเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ประเภทใด ในบางพื้นที่ โครงการโซลาร์เซลล์เข้าไปแทนที่ทุ่งหญ้า พื้นที่เกษตรกรรม หรือพื้นที่เปิดซึ่งเคยเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เมื่อพื้นที่เหล่านี้ถูกปรับเปลี่ยนและแบ่งออกเป็นส่วน ๆ ความต่อเนื่องของถิ่นที่อยู่อาศัยก็ลดลง และอาจส่งผลต่อสัตว์ที่ต้องพึ่งพาระบบนิเวศเดิม

งานวิจัยที่ได้นำข้อมูลหลายประเภทมาวิเคราะห์ร่วมกัน ทั้งข้อมูลการพบเห็นนก การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานของโซลาร์เซลล์ ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจและสภาพพื้นที่ในแต่ละเขต ผลการศึกษาพบว่า พื้นที่ที่มีนโยบายโซลาร์เซลล์เข้มข้นขึ้น มีแนวโน้มที่จะมีความหลากหลายของนกลดลง โดยการเพิ่มขึ้นของความเข้มข้นด้านนโยบาย 1 ส่วน สัมพันธ์กับการลดลงในความหลากหลายของนกประมาณ 2.10%

ผลกระทบมีความชัดเจนมากกว่าในพื้นที่ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสูงและพื้นที่ที่ไม่ใช่ทะเลทราย ซึ่งส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินอย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าสนใจคือ นกที่พบได้ทั่วไปไม่ได้หมายความว่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า เพราะการศึกษาพบว่านกกลุ่มที่พบได้อย่างแพร่หลายกลับเป็นกลุ่มที่มีการลดลงอย่างเด่นชัดในบางพื้นที่ด้วย

การค้นพบดังกล่าวทำให้เห็นว่า การประเมินผลกระทบของโซลาร์เซลล์ ไม่ควรมองเฉพาะเรื่องการลดการปล่อยคาร์บอน แต่ต้องพิจารณาการใช้ที่ดินและระบบนิเวศควบคู่กันไป โครงการโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่จำเป็นต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก หากเลือกสร้างบนพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ผลกระทบอาจมากกว่าการสร้างบนพื้นที่เสื่อมโทรม พื้นที่อุตสาหกรรม หรือพื้นที่ที่ถูกพัฒนาไปแล้ว

ดังนั้น การขยายพลังงานสะอาดไม่ได้มีเพียงโจทย์ว่า “จะผลิตไฟฟ้าได้มากแค่ไหน” แต่ยังต้องตอบให้ได้ว่า “จะผลิตไฟฟ้าโดยใช้พื้นที่อย่างไรจึงจะกระทบธรรมชาติน้อยที่สุด” แนวทางหนึ่งที่มีศักยภาพคือการเพิ่มการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคาร พื้นที่อุตสาหกรรม หรือพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์อยู่แล้ว เพื่อลดความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่เกษตรกรรม

อีกประเด็นที่น่าสนใจจากงานวิจัยคือแนวคิดที่เรียกว่า Inferior Greening หรือการทำให้พื้นที่เขียวขึ้นในลักษณะที่มีคุณภาพต่ำลง การตรวจสอบด้วยภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า พื้นที่ที่มีโครงการโซลาร์เซลล์บางแห่งอาจมีค่า Leaf Area Index หรือ LAI สูงขึ้น ซึ่งหมายความว่าเมื่อมองจากอวกาศ พื้นที่เหล่านั้นอาจดูเหมือนมีพืชปกคลุมมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวไม่ได้สะท้อนความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทั้งหมด เมื่อพิจารณาความหลากหลายของพืชในระดับพื้นที่กลับพบว่าความหลากหลายอาจลดลง พื้นที่ที่เคยประกอบด้วยพืชหลายชนิดและมีโครงสร้างทางนิเวศที่ซับซ้อนอาจถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่ที่มีพืชบางชนิดครอบงำ ทำให้ระบบนิเวศมีความหลากหลายน้อยลง แม้ภาพจากดาวเทียมจะดูเขียวมากขึ้นก็ตาม

โซลาร์เซลล์ไม่ได้ส่งผลเสียต่อธรรมชาติในทุกพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้ไม่ควรถูกตีความว่าโครงการโซลาร์เซลล์ทุกแห่งจะทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง งานวิจัยอื่นพบว่า ฟาร์มโซลาร์เซลล์บางประเภทที่สร้างอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมสามารถกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกบางชนิดได้ โดยเฉพาะนกที่สามารถปรับตัวเข้ากับพื้นที่เปิดหรือสภาพแวดล้อมที่ถูกมนุษย์พัฒนา

ผลกระทบจึงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ตำแหน่งที่ตั้ง ขนาดของโครงการ ประเภทของระบบนิเวศเดิม วิธีการจัดการพื้นที่ใต้แผงโซลาร์เซลล์ ไปจนถึงการเลือกใช้พืชพรรณในพื้นที่โดยรอบ ในบางกรณี หากมีการจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสม ฟาร์มโซลาร์อาจช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวและเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตบางประเภทได้ แต่หากสร้างโครงการบนพื้นที่ธรรมชาติที่มีคุณค่าทางนิเวศสูงโดยไม่มีมาตรการรองรับ ผลกระทบก็อาจรุนแรงกว่าอย่างมาก