มองเป้า SET ปีนี้ 1,644 จุด คัดหุ้นเด่น ปันผล-ท่องเที่ยว-อิเล็กฯ

Share on Line Share on Facebook Share on X

สรุปมุมมองการลงทุนจากรายการ WEALTH LIVE วันที่ 17 สิงหาคม 2569 กับ นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยยังแข็งแกร่งและสามารถทยอยสะสมได้ที่บริเวณ 1,600 จุดต้นๆ พร้อมแนะจับตาปัจจัยต่างประเทศและเปิดโผหุ้นเด่นที่น่าสนใจ

ต่างชาติซื้อสุทธิพยุงตลาด – มองเป้า SET ปีนี้ 1,644 จุด

นายประกิต เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยที่ระดับ 1,600 จุด ยังรับมือได้ดีและสามารถทยอยสะสมหุ้นได้ โดยตัวเลข GDP ที่รายงานออกมาคาดว่าไม่น่าจะแย่ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงไม่ให้ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยพังลงมา คือการกลับมาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งหากไม่มีแรงซื้อส่วนนี้เข้ามาช่วยชีวิตไว้ ตลาดอาจจะดูแย่กว่านี้ สำหรับเป้าหมายดัชนี SET Index ในปีนี้ มองไว้ที่ระดับ 1,644 จุด หากดัชนีปรับตัวสูงกว่านี้ถือเป็นเรื่องของความคาดหวัง

ปัจจัยต่างประเทศตึงตัว – คาด กนง. คงดอกเบี้ย

สำหรับสถานการณ์ต่างประเทศ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังมีความสุ่มเสี่ยงและไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะการโจมตีระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่ยังคงดำเนินอยู่ อย่างไรก็ตาม ยังพอมีข่าวดีจากข้อตกลงการบริหารช่องแคบฮอร์มุซระหว่างโอมานกับอิหร่านที่ใกล้จะได้ข้อสรุป ซึ่งอาจช่วยบรรเทาสถานการณ์ลงได้บ้าง ขณะที่ฝั่งนโยบายการเงินในประเทศ คาดการณ์ว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในเดือนนี้ จะมีมติ "คงอัตราดอกเบี้ย" ไว้ตามเดิม

สรุปข่าว

ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยยังแข็งแกร่งบริเวณ 1,600 จุด โดยมีแรงซื้อสุทธิจากต่างชาติช่วยพยุงตลาด พร้อมมองเป้าหมายดัชนีปีนี้ที่ 1,644 จุด แนะนำกลยุทธ์ทยอยสะสมหุ้นเด่น 3 กลุ่มนำโดย PTT, CENTEL และ KCE ขณะที่ตลาดทองคำแนะนำให้ "ถือต่อ" เพื่อลุ้นอัปไซด์รอบใหม่หากผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลง

สรุปมุมมองการลงทุนจากรายการ WEALTH LIVE วันที่ 17 สิงหาคม 2569 กับ นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยยังแข็งแกร่งและสามารถทยอยสะสมได้ที่บริเวณ 1,600 จุดต้นๆ พร้อมแนะจับตาปัจจัยต่างประเทศและเปิดโผหุ้นเด่นที่น่าสนใจ

ต่างชาติซื้อสุทธิพยุงตลาด – มองเป้า SET ปีนี้ 1,644 จุด

นายประกิต เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยที่ระดับ 1,600 จุด ยังรับมือได้ดีและสามารถทยอยสะสมหุ้นได้ โดยตัวเลข GDP ที่รายงานออกมาคาดว่าไม่น่าจะแย่ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงไม่ให้ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยพังลงมา คือการกลับมาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งหากไม่มีแรงซื้อส่วนนี้เข้ามาช่วยชีวิตไว้ ตลาดอาจจะดูแย่กว่านี้ สำหรับเป้าหมายดัชนี SET Index ในปีนี้ มองไว้ที่ระดับ 1,644 จุด หากดัชนีปรับตัวสูงกว่านี้ถือเป็นเรื่องของความคาดหวัง

ปัจจัยต่างประเทศตึงตัว – คาด กนง. คงดอกเบี้ย

สำหรับสถานการณ์ต่างประเทศ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังมีความสุ่มเสี่ยงและไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะการโจมตีระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่ยังคงดำเนินอยู่ อย่างไรก็ตาม ยังพอมีข่าวดีจากข้อตกลงการบริหารช่องแคบฮอร์มุซระหว่างโอมานกับอิหร่านที่ใกล้จะได้ข้อสรุป ซึ่งอาจช่วยบรรเทาสถานการณ์ลงได้บ้าง ขณะที่ฝั่งนโยบายการเงินในประเทศ คาดการณ์ว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในเดือนนี้ จะมีมติ "คงอัตราดอกเบี้ย" ไว้ตามเดิม

หุ้นเด่น 3 กลุ่มน่าสะสม

นายประกิต ได้ให้คำแนะนำการลงทุนโดยแบ่งออกเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ ดังนี้

  • กลุ่มปันผล แนะนำ PTT เนื่องจากรายงานงบการเงินออกมาดีมาก และรอลุ้นการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดว่าจะออกมาดีกว่าปีที่แล้ว

  • กลุ่มท่องเที่ยวและคมนาคม รับอานิสงส์มาตรการท่องเที่ยวในช่วงต้นเดือนกันยายน โดยยกให้ CENTEL เป็นตัวเด่นที่สุด รองลงมาคือ ERW นอกจากนี้ยังแนะนำ AOT เนื่องจากผลประกอบการเริ่มเติบโต (Earning เริ่มวิ่ง) จากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสาร (Passenger Service Charge) ส่วนกลุ่มสายการบินยังคงมีมุมมองเป็นกลาง

  • กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับผลบวกจากธีมส่งออกฟื้นตัวและความต้องการแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) ที่สูงมาก แนะนำ KCE ซึ่งปัจจุบันออเดอร์ล้นและปรับราคาขายขึ้นได้ ทำให้ราคาหุ้นปรับขึ้นเร็ว (เปรียบเหมือนขึ้นลิฟต์) และ HANA ที่ผลประกอบการออกมาดีและราคาค่อยๆ ปรับตัวขึ้น (เปรียบเหมือนขึ้นบันได) ส่วน DELTA ยังมีมุมมองทรงตัว

แนะ "ถือต่อ" ทองคำ ลุ้นปัจจัยหนุนรอบใหม่

สำหรับทิศทางราคาทองคำ ผู้ที่ทยอยสะสมมาตั้งแต่ระดับ 4,000 บาท (ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 4,400 บาท) แนะนำให้ "ถือต่อ" เนื่องจากมองว่ายังมีอัปไซด์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือทิศทาง Bond Yield ที่ยังปรับตัวขึ้น หากมีแรงกระแทกจากประเด็นการแทรกแซงค่าเงินเยนให้แข็งค่าขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงและกดดันให้ Bond Yield ปรับตัวลง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุกให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้อีกระลอก

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน