ราคาทองโลกทะลุ $4,400 นายกสมาคมค้าทองคำมองเป้าปลายปี $5,500

Share on Line Share on Facebook Share on X

ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดทะลุระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นายกสมาคมค้าทองคำระบุสาเหตุหลักมาจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ ประเมินเป้าหมายปลายปีมีโอกาสแตะ 5,500 ดอลลาร์ พร้อมแนะนักลงทุนอย่าไล่ราคา ให้รอจังหวะย่อตัว

สาเหตุทองคำปรับตัวสูงขึ้น

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยในรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ว่า ราคาทองคำตลาดโลกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 400 ดอลลาร์ จนทะลุระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยหลักมาจากการประกาศตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐอเมริกาที่ออกมาไม่ดีนัก ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำขยับตัวสูงขึ้น

แนวโน้มและเป้าหมายราคาทองคำ

สำหรับทิศทางราคาทองคำในระยะต่อไป นายจิตติประเมินว่ายังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างมั่นคง โดยมีแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 4,500 ดอลลาร์ (เทียบเท่าราคาทองคำในประเทศประมาณ 69,000 กว่าบาท) และคาดการณ์ว่าตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป ราคาทองคำจะขยับขึ้นต่อ โดยมีเป้าหมายปลายปีนี้ที่ 5,500 ดอลลาร์ (เฉียด 80,000 บาทต่อบาททองคำ) และในปีหน้ามีโอกาสปรับขึ้นไปถึงระดับ 6,000 ดอลลาร์

สรุปข่าว

ราคาทองคำตลาดโลกพุ่งทะลุ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รับปัจจัยหนุนจากตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอและดอลลาร์อ่อนค่า โดยสมาคมค้าทองคำประเมินเป้าหมายปลายปีมีโอกาสแตะ 5,500 ดอลลาร์ ทั้งนี้ เตือนนักลงทุนอย่าเพิ่งไล่ราคา ควรใช้เงินเย็นและรอจังหวะย่อตัวที่แนวรับ 4,325 ดอลลาร์เพื่อทยอยเข้าซื้อสะสม พร้อมแนะให้จับตาความผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันราคาทองคำในประเทศให้ปรับตัวลดลง

ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดทะลุระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นายกสมาคมค้าทองคำระบุสาเหตุหลักมาจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ ประเมินเป้าหมายปลายปีมีโอกาสแตะ 5,500 ดอลลาร์ พร้อมแนะนักลงทุนอย่าไล่ราคา ให้รอจังหวะย่อตัว

สาเหตุทองคำปรับตัวสูงขึ้น

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยในรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ว่า ราคาทองคำตลาดโลกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 400 ดอลลาร์ จนทะลุระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยหลักมาจากการประกาศตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐอเมริกาที่ออกมาไม่ดีนัก ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำขยับตัวสูงขึ้น

แนวโน้มและเป้าหมายราคาทองคำ

สำหรับทิศทางราคาทองคำในระยะต่อไป นายจิตติประเมินว่ายังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างมั่นคง โดยมีแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 4,500 ดอลลาร์ (เทียบเท่าราคาทองคำในประเทศประมาณ 69,000 กว่าบาท) และคาดการณ์ว่าตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป ราคาทองคำจะขยับขึ้นต่อ โดยมีเป้าหมายปลายปีนี้ที่ 5,500 ดอลลาร์ (เฉียด 80,000 บาทต่อบาททองคำ) และในปีหน้ามีโอกาสปรับขึ้นไปถึงระดับ 6,000 ดอลลาร์

ปัจจัยที่ต้องติดตามหลังจากนี้ ได้แก่ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยซึ่งตามความคาดหมายประเมินว่าจะไม่มีการปรับขึ้นแล้ว รวมถึงประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่อความผันผวนของราคาระยะสั้น นอกจากนี้ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วถือเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันราคาทองคำในประเทศ โดยเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 10 สตางค์ จะทำให้ราคาทองลดลงประมาณ 200 บาท และหากแข็งค่า 40 สตางค์ ราคาทองจะลดลงถึง 800 บาท

คำแนะนำสำหรับนักลงทุน

นายกสมาคมค้าทองคำ ให้คำแนะนำสำหรับการลงทุนในระยะนี้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่:

  • ผู้ที่มีทองคำอยู่แล้ว หากเป็นการลงทุนด้วยเงินเย็น แนะนำให้ถือครองต่อไปเพื่อทำกำไรตามเป้าหมายระยะยาว (Let Profit Run)

  • ผู้ที่ยังไม่มีทองคำ ไม่แนะนำให้ไล่ซื้อราคาในปัจจุบัน เพราะมีความเสี่ยงสูง ควรรอจังหวะที่ราคาปรับฐานหรือย่อตัวลงมา โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 4,325 ดอลลาร์ (ประมาณ 67,000 กว่าบาท) แล้วจึงค่อยทยอยสะสม

  • นักลงทุนฟิวเจอร์ส (Futures) ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากตลาดอาจมีความผันผวนสูงจากการแกว่งตัวตามกระแสข่าว ไม่ควรลงทุนเกินตัว (Overtrade) และเน้นย้ำให้ใช้เฉพาะเงินเย็นในการลงทุนเท่านั้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดหากราคาเกิดการเหวี่ยงตัวอย่างรุนแรง

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน