ตลาดโลกเผชิญ 3 ปัจจัยเสี่ยง หนุน Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ตลาดโลกเผชิญ 3 ปัจจัยเสี่ยง หนุน Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย

บล. เอเชียพลังประเมินภาพรวมตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจาก3ปัจจัยเสี่ยงหลักส่งผลให้แรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มชะลอตัวลง ดังนี้

  1. ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (Middle East War) สถานการณ์รุนแรงขึ้นหลังกลุ่มฮูตีที่อิหร่านสนับสนุนประกาศปิดล้อมทางทะเลและสนามบินต่อซาอุดีอาระเบีย พร้อมสั่งปิดช่องแคบบับอัล-มันเดบ (ทางออกสู่ทะเลแดงส่งผลให้ตลาดกังวลเรื่องการส่งออกน้ำมันหยุดชะงัก ดันให้ราคาน้ำมันดิบBRENTพุ่งแตะ89ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำจุดสูงสุดในรอบ1เดือน ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและอาจจำกัดโอกาสการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
  2. สงครามการค้า (Trade War) สหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้า50%กับสินค้าบางประเภทจากแคนาดา เช่น ผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอุปกรณ์ฮอกกี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าสงครามการค้าอาจกลับมารุนแรงอีกครั้ง
  3. สงครามเทคโนโลยี (Tech War) บริษัท MOONSHOT AIสตาร์ทอัพจากจีน สร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการเปิดตัวโมเดลAIใหม่ KIMI K3ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงโมเดลชั้นนำของสหรัฐฯ แต่ต้นทุนการใช้งานต่ำกว่า ทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้ให้บริการAIในสหรัฐฯ



สรุปข่าว

เอเซีย พลัส ชี้ตลาดโลกเผชิญ 3 ปัจจัยเสี่ยง หนุน Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย ชูหุ้น PTTEP-SCGP-TIDLOR เด่น

บล. เอเชียพลังประเมินภาพรวมตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจาก3ปัจจัยเสี่ยงหลักส่งผลให้แรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มชะลอตัวลง ดังนี้

  1. ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (Middle East War) สถานการณ์รุนแรงขึ้นหลังกลุ่มฮูตีที่อิหร่านสนับสนุนประกาศปิดล้อมทางทะเลและสนามบินต่อซาอุดีอาระเบีย พร้อมสั่งปิดช่องแคบบับอัล-มันเดบ (ทางออกสู่ทะเลแดงส่งผลให้ตลาดกังวลเรื่องการส่งออกน้ำมันหยุดชะงัก ดันให้ราคาน้ำมันดิบBRENTพุ่งแตะ89ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำจุดสูงสุดในรอบ1เดือน ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและอาจจำกัดโอกาสการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
  2. สงครามการค้า (Trade War) สหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้า50%กับสินค้าบางประเภทจากแคนาดา เช่น ผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอุปกรณ์ฮอกกี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าสงครามการค้าอาจกลับมารุนแรงอีกครั้ง
  3. สงครามเทคโนโลยี (Tech War) บริษัท MOONSHOT AIสตาร์ทอัพจากจีน สร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการเปิดตัวโมเดลAIใหม่ KIMI K3ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงโมเดลชั้นนำของสหรัฐฯ แต่ต้นทุนการใช้งานต่ำกว่า ทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้ให้บริการAIในสหรัฐฯ



โดยสภาวะความผันผวนดังกล่าว ทำให้กระแสเงินทุน (Fund Flow)เกิดการกระจายตัว (Rotation)ไปยัง3ปลายทางหลัก ได้แก่

  1. Global Rotation:เม็ดเงินถูกโยกออกจากกลุ่มเติบโตสูงและAIโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่กลุ่มAI Monetization(ผู้ที่นำAIไปสร้างรายได้จริง),กลุ่มน้ำมัน (Oil)และกลุ่มหุ้นคุณค่า/ปันผลสูง (Value/Dividend)
  2. China Rotation:เม็ดเงินไหลกลับเข้าตลาดหุ้นจีน โดยในเดือน .มีเงินไหลเข้าETFหุ้นจีนกว่า3หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกกลับจากการขายสุทธิอย่างต่อเนื่องในรอบ6เดือนที่ผ่านมา
  3. Thailand Rotation:ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายของเงินทุนหลบภัย (Safe Haven)จากความผันผวนของสงครามและการเมืองในประเทศที่มีเสถียรภาพโดยตั้งแต่ต้นเดือน (MTD)มีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยแล้วกว่า4.4หมื่นล้านบาทซึ่งมุ่งเน้นไปที่กลุ่มสื่อสาร,พลังงาน และธนาคาร เช่นTRUE, PTTEP, KBANK, TOP, BBLและGULF


สำหรับปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศ ฝ่ายวิจัยเตือนให้จับตาตัวเลขนำเข้า-ส่งออกของไทยเดือน มิ..69โดยคาดว่าการส่งออกจะโต15.2% YoYแต่การนำเข้ามีแนวโน้มพุ่งสูงถึง35.8% YoYส่งผลให้ไทยยังคงเผชิญภาวะขาดดุลการค้าระดับสูงราว4,000ล้านดอลลาร์ซึ่งจะกดดันดุลบัญชีเดินสะพัด เสี่ยงทำให้เงินบาทอ่อนค่าและเกิดปัญหาเงินเฟ้อนำเข้า 


นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับภูมิภาค การส่งออกของไทย (10.59%)ยังถือว่าเติบโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างเห็นได้ชัด เช่น เกาหลีใต้ (+70.7%),ไต้หวัน (+40.3%),เวียดนาม (+28.1%)และจีน (+27%) โดยบล.เอเซีย พลัส แนะนำหุ้นเด่น (Top Picks)ประจำวัน ได้แก่SCGP, PTTEPและTIDLOR 

ที่มาข้อมูล : เอเชียพลัส

ที่มารูปภาพ : Canva

บรรณาธิการ TNN WEALTH ผู้ดำเนินรายการเศรษฐกิจและการลงทุน นักเขียนหนังสือสูตรลับเซียนหุ้น

แท็กบทความ