KTX มอง SET ไตรมาส 3 แตะ 1,705 จุด รับ AI หนุนเงินทุนไหลเข้าเอเชีย

Share on Line Share on Facebook Share on X
KTX มอง SET ไตรมาส 3 แตะ 1,705 จุด รับ AI หนุนเงินทุนไหลเข้าเอเชีย

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) ประเมินแนวโน้มการลงทุนในช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 ว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีเป้าหมายที่ระดับ 1,705 จุด หรือมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกราว 7% จากระดับปัจจุบัน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย การเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน รวมถึงกระแสเงินทุนต่างชาติที่มีแนวโน้มไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชีย หลังความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลายและเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า

นายณัฐวุฒิ จันทนะจุลพงศ์ นักกลยุทธ์ลงทุนอาวุโส KTX กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งภาคการส่งออก การฟื้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน และเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ประกอบกับประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิตและส่งออกสำคัญในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ AI ทำให้ยังมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการลงทุนด้านเทคโนโลยีทั่วโลก

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน KTX ยังคงแนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI Infrastructure และ Data Center ได้แก่ ADVANC, GULF และ WHA ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน พร้อมเพิ่ม KBANK และ ASK เข้ามาเป็นหุ้นเด่นในธีมดังกล่าว




สรุปข่าว

KTX ประเมินดัชนี SET ไตรมาส 3/2569 มีโอกาสแตะ 1,705 จุด รับเศรษฐกิจไทยฟื้น กำไร บจ.เติบโต และ Fund Flow ต่างชาติกลับเข้าเอเชีย แนะลงทุนหุ้นไทยธีม AI Infrastructure ได้แก่ ADVANC, GULF, WHA พร้อมเพิ่ม KBANK และ ASK รวมถึง Selective Buy ผ่าน TAIWAN19 และ NIKKEI80

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) ประเมินแนวโน้มการลงทุนในช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 ว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีเป้าหมายที่ระดับ 1,705 จุด หรือมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกราว 7% จากระดับปัจจุบัน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย การเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน รวมถึงกระแสเงินทุนต่างชาติที่มีแนวโน้มไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชีย หลังความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลายและเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า

นายณัฐวุฒิ จันทนะจุลพงศ์ นักกลยุทธ์ลงทุนอาวุโส KTX กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งภาคการส่งออก การฟื้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน และเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ประกอบกับประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิตและส่งออกสำคัญในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ AI ทำให้ยังมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการลงทุนด้านเทคโนโลยีทั่วโลก

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน KTX ยังคงแนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI Infrastructure และ Data Center ได้แก่ ADVANC, GULF และ WHA ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน พร้อมเพิ่ม KBANK และ ASK เข้ามาเป็นหุ้นเด่นในธีมดังกล่าว




ให้น้ำหนักหุ้นเอเชียมากกว่าสหรัฐฯ

KTX ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียมากกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ แม้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะเริ่มชะลอลง โดยประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0-1 ครั้ง ในปีนี้ ต่ำกว่าที่ตลาดเคยกังวล เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะการบริโภคภาคครัวเรือนเริ่มชะลอตัว ขณะที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ Fed ต้องให้น้ำหนักกับการประคองเศรษฐกิจมากกว่าการเร่งคุมเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามปัจจัยด้านสภาพคล่องในตลาดการเงินโลก จากการระดมทุนของภาครัฐและบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะ Crowding Out หรือการที่เม็ดเงินลงทุนไหลออกจากสินทรัพย์บางประเภทไปสู่การลงทุนใหม่ ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงขายเป็นระยะ

ในระยะสั้น KTX มองว่าตลาดยังมีความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่ในระยะยาว ความเสี่ยงด้านพลังงานเริ่มลดลง หลังซาอุดีอาระเบียปรับลดราคาน้ำมันสำหรับตลาดเอเชีย กลุ่มโอเปกพลัสทยอยเพิ่มกำลังการผลิต และมีโอกาสที่น้ำมันอิหร่านจะกลับเข้าสู่ตลาด ทำให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล


AI ดันเม็ดเงินลงทุนไหลกลับเอเชีย

นายศุภพล ตั้งวิเชียร นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นต่างประเทศ KTX กล่าวว่า เริ่มเห็นสัญญาณการหมุนเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลกกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชีย หลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ เดินหน้าลงทุนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมต้นน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชีย

แม้ระยะสั้นจะเกิด Sector Rotation ไปยังหุ้นกลุ่ม Healthcare, Industrial และ Financial แต่คาดว่าเมื่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทยอยประกาศผลประกอบการในช่วงกลางถึงปลายเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตจากธุรกิจ Cloud และ AI จะช่วยให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง


KTX จึงแนะนำกลยุทธ์ Selective Buy ผ่านตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ได้แก่

TAIWAN19 ที่อ้างอิงกองทุน Yuanta/P-shares Taiwan Top 50 ETF ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเป็นฐานการผลิตของ TSMC และห่วงโซ่อุปทานของ NVIDIA

NIKKEI80 ที่อ้างอิงดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI

XSpring AM ชู AI ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เมกะเทรนด์ระยะยาว

ด้านนายพีรพล สุรัตนวนิช นักกลยุทธ์ลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด (XSpring AM) กล่าวว่า ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้กำลังเร่งลงทุนด้าน AI อย่างจริงจังในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะรัฐบาลญี่ปุ่นที่เดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ทั้งโรงงานผลิตชิปรุ่นใหม่ เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมด้านวัสดุ

จากแนวโน้มดังกล่าว XSpring AM แนะนำลงทุนในกองทุน X-JPTOPTECH ซึ่งลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำของญี่ปุ่น 20 บริษัท ครอบคลุมธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และระบบอัตโนมัติ โดยกองทุนสร้างผลตอบแทนในช่วง 1 เดือนประมาณ 12% และให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ราว 35.3%

นอกจากนี้ ยังแนะนำกองทุน X-VOLT ซึ่งลงทุนในหุ้นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ครอบคลุมระบบผลิตและส่งไฟฟ้า เพื่อรองรับการขยายตัวของ Data Center และ AI หลังคาดว่าสหรัฐฯ จะต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสาธารณูปโภคราว 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2569-2573 โดยกองทุน X-VOLT สามารถสร้างผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ประมาณ 35.4% สะท้อนโอกาสการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : KTX

ที่มารูปภาพ : KTX