ทองหลุด 4,000 ดอลลาร์ โกลเบล็กชี้ 3 ปัจจัยกดดัน พร้อมแนะกลยุทธ์

Share on Line Share on Facebook Share on X

ตลาดทองคำเผชิญแรงขายอย่างหนัก ล่าสุดราคาทองคำ (Gold Spot) ร่วงหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 25 มิ.ย. 69 เจาะลึกถึง 3 ปัจจัยหลักที่กดดันตลาด พร้อมประเมินทิศทางและกลยุทธ์การลงทุน

3 ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำ

  1. ทิศทางดอกเบี้ยเฟด การเปลี่ยนประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เป็นคุณ Kevin Warsh ซึ่งมีนโยบายเชิงรุก (Aggressive) ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการลดงบดุลและปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้การประชุมนัดล่าสุดจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.5-3.75% แต่ Bank of America คาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งจากการประชุมที่เหลือเพียง 4 ครั้งในปีนี้

  2. สถานการณ์สงครามคลี่คลาย สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนาม MOU เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน โดยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 60 วัน ให้เรือขนส่งน้ำมันสามารถสัญจรได้ รวมถึงมีกระแสข่าวการทำข้อตกลงหยุดยิงถาวร ทำให้ความเสี่ยงด้านสงครามลดลงและกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

  3. แรงขายจากกองทุน SPDR กองทุน ETF ทองคำรายใหญ่มีการลดสถานะการถือครอง แม้ยอดปัจจุบันจะอยู่ที่ 1,013 ตัน (ยังสูงกว่าช่วงต้นปีที่ระดับประมาณ 560 ตัน) แต่ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาเทขายออกถึง 42 ตัน และสัปดาห์ล่าสุดขายอีก 19 ตัน

สรุปข่าว

ราคาทองคำ (Gold Spot) ร่วงหลุดแนวรับ 4,000 ดอลลาร์ เผชิญแรงกดดันจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ นโยบายเชิงรุกของเฟดที่อาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 1-3 ครั้งในปีนี้ สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านที่คลี่คลายลง และแรงเทขายสะสมจากกองทุน SPDR ส่งผลให้ทิศทางทองคำเข้าสู่แนวโน้มขาลงแนะนำให้นักลงทุนระยะยาวรอจังหวะย่อซื้อที่แนวรับ 3,800 ดอลลาร์ (ทองไทยประมาณ 62,000 บาท) ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นควรใช้จังหวะรีบาวด์เพื่อขายทำกำไรที่แนวต้าน 4,050 - 4,100 ดอลลาร์ (ทองไทย 64,500 - 64,900 บาท) อย่างไรก็ตาม หากทิศทางเงินเฟ้อและราคาน้ำมันในไตรมาสที่ 3 ชะลอตัวลง อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้เฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย และทำให้ราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป

ตลาดทองคำเผชิญแรงขายอย่างหนัก ล่าสุดราคาทองคำ (Gold Spot) ร่วงหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 25 มิ.ย. 69 เจาะลึกถึง 3 ปัจจัยหลักที่กดดันตลาด พร้อมประเมินทิศทางและกลยุทธ์การลงทุน

3 ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำ

  1. ทิศทางดอกเบี้ยเฟด การเปลี่ยนประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เป็นคุณ Kevin Warsh ซึ่งมีนโยบายเชิงรุก (Aggressive) ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการลดงบดุลและปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้การประชุมนัดล่าสุดจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.5-3.75% แต่ Bank of America คาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งจากการประชุมที่เหลือเพียง 4 ครั้งในปีนี้

  2. สถานการณ์สงครามคลี่คลาย สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนาม MOU เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน โดยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 60 วัน ให้เรือขนส่งน้ำมันสามารถสัญจรได้ รวมถึงมีกระแสข่าวการทำข้อตกลงหยุดยิงถาวร ทำให้ความเสี่ยงด้านสงครามลดลงและกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

  3. แรงขายจากกองทุน SPDR กองทุน ETF ทองคำรายใหญ่มีการลดสถานะการถือครอง แม้ยอดปัจจุบันจะอยู่ที่ 1,013 ตัน (ยังสูงกว่าช่วงต้นปีที่ระดับประมาณ 560 ตัน) แต่ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาเทขายออกถึง 42 ตัน และสัปดาห์ล่าสุดขายอีก 19 ตัน

โบรกฯ ต่างชาติหั่นเป้า - แนะกลยุทธ์ตั้งรับ

ภาพรวมราคาทองคำจบแนวโน้มขาขึ้นและเข้าสู่แนวโน้มขาลง หลังทำจุดต่ำสุดใหม่ (Lower Low) 2 รอบติดต่อกัน จากที่เคยกดหลุด 4,100 ดอลลาร์ ล่าสุดหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ ขณะที่โบรกเกอร์ต่างชาติอย่าง Goldman Sachs, Citibank และ Deutsche Bank ได้ปรับลดเป้าหมายจากที่เคยมองบวกมากระดับ 5,000-6,000 ดอลลาร์ ลงมาเหลือประมาณ 4,000 ต้นๆ

บล.โกลเบล็ก ประเมินเป้าหมายทองคำปีนี้ในกรณีดีที่สุด (Best Case) ไว้ที่ 4,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และให้กลยุทธ์ดังนี้

  • นักลงทุนระยะยาว แนะนำให้รอจังหวะย่อซื้อ (Buy on Dip) ที่แนวรับเชิง Conservative (Worst Case) บริเวณ 3,800 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือเทียบเท่าทองคำแท่งของไทยที่ประมาณ 61,800 - 62,000 บาท

  • นักลงทุนระยะสั้น ยังไม่แนะนำให้ซื้อ แต่ควรใช้จังหวะราคารีบาวด์เพื่อขายทำกำไร โดยมีแนวต้านที่ 4,050 - 4,100 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือเทียบเท่าทองไทยที่ 64,500 - 64,900 บาท

จับตาเงินเฟ้อ ตัวแปรหนุนราคาทองคำ

ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 70 ดอลลาร์ (จากจุดสูงสุดที่ 115 ดอลลาร์ และช่วงก่อนเกิดข้อพิพาทที่ 50-60 ดอลลาร์) เป็นสัญญาณว่าอัตราเงินเฟ้ออาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว หากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนและไตรมาสที่ 3 ชะลอตัวลง จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย และช่วยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวกลับมาได้


จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน