วง BTS กับ “Bangtan-nomics” จากวงไอดอลสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจ Soft Power ที่เปลี่ยนความนิยมให้เป็นเม็ดเงินจริง
BTS วงบอยแบนด์ระดับโลกที่สร้างปรากฏการณ์ไปไกลเกินกว่าวงการดนตรี จนได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของเกาหลีใต้
ล่าสุด NH Securities บริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่ของเกาหลีใต้ ได้บัญญัติคำว่า “Bangtan-nomics” หรือ “เศรษฐศาสตร์แห่ง BTS” เพื่ออธิบายผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากความนิยมของวง BTS ต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้
แม้จะฟังดูเหมือนเป็นเรื่องในแวดวงบันเทิง แต่ในความเป็นจริง นี่คือเรื่องเศรษฐกิจระดับชาติที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย และกำลังสะท้อนให้เห็นว่า Soft Power สามารถเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินจริง สร้างรายได้ สร้างการจ้างงาน และช่วยเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
จากการฟังเพลง สู่การใช้จ่ายที่กระจายรายได้ทั่วประเทศ
สิ่งที่น่าสนใจในรายงานของ NH Securities คือการมอง BTS ในฐานะ “เครื่องจักรเศรษฐกิจ” มากกว่าศิลปิน นักวิเคราะห์อธิบายว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของแฟนคลับ BTS หรือ ARMY มักเริ่มต้นจากกิจกรรมเล็ก ๆ เช่น การดูคลิปบน YouTube ฟังเพลงผ่าน Spotify หรือติดตามคอนเทนต์ผ่านโซเชียลมีเดีย
จากนั้นจึงค่อย ๆ ขยายไปสู่การซื้ออัลบั้ม ซื้อสินค้า Merchandise ซื้อสินค้าที่ BTS เป็นพรีเซนเตอร์ รวมถึงการเรียนภาษาเกาหลี รับประทานอาหารเกาหลี ใช้เครื่องสำอางเกาหลี ดูซีรีส์เกาหลี และท้ายที่สุดคือการเดินทางไปท่องเที่ยวในเกาหลีใต้
กระบวนการดังกล่าวทำให้รายได้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงธุรกิจเพลง แต่กระจายไปยังหลายอุตสาหกรรม ทั้งค้าปลีก อาหาร เครื่องสำอาง การศึกษา การท่องเที่ยว และบริการต่าง ๆ ทั่วประเทศ
วัยรุ่นวันนี้ คือกำลังซื้อสำคัญในอนาคต
อีกประเด็นสำคัญที่ NH Securities ให้ความสนใจคือโครงสร้างของฐานแฟนคลับ BTS ทั่วโลก ข้อมูลระบุว่า แฟนคลับประมาณ 84% อยู่ในกลุ่มวัยรุ่นและวัย 20 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังเข้าสู่ช่วงสร้างรายได้และมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์มองว่า หากคนกลุ่มนี้ยังคงมีความผูกพันกับวัฒนธรรมเกาหลีใต้ เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปใช้กับสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีใต้มากขึ้นตามไปด้วย แนวคิดนี้เรียกว่า “Cohort Economics” หรือการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคตามช่วงวัย ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ความชอบในวัย 15 ปี อาจส่งผลต่อรูปแบบการใช้จ่ายในวัย 35 ปี
สรุปข่าว
วง BTS กับ “Bangtan-nomics” จากวงไอดอลสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจ Soft Power ที่เปลี่ยนความนิยมให้เป็นเม็ดเงินจริง
BTS วงบอยแบนด์ระดับโลกที่สร้างปรากฏการณ์ไปไกลเกินกว่าวงการดนตรี จนได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของเกาหลีใต้
ล่าสุด NH Securities บริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่ของเกาหลีใต้ ได้บัญญัติคำว่า “Bangtan-nomics” หรือ “เศรษฐศาสตร์แห่ง BTS” เพื่ออธิบายผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากความนิยมของวง BTS ต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้
แม้จะฟังดูเหมือนเป็นเรื่องในแวดวงบันเทิง แต่ในความเป็นจริง นี่คือเรื่องเศรษฐกิจระดับชาติที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย และกำลังสะท้อนให้เห็นว่า Soft Power สามารถเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินจริง สร้างรายได้ สร้างการจ้างงาน และช่วยเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
จากการฟังเพลง สู่การใช้จ่ายที่กระจายรายได้ทั่วประเทศ
สิ่งที่น่าสนใจในรายงานของ NH Securities คือการมอง BTS ในฐานะ “เครื่องจักรเศรษฐกิจ” มากกว่าศิลปิน นักวิเคราะห์อธิบายว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของแฟนคลับ BTS หรือ ARMY มักเริ่มต้นจากกิจกรรมเล็ก ๆ เช่น การดูคลิปบน YouTube ฟังเพลงผ่าน Spotify หรือติดตามคอนเทนต์ผ่านโซเชียลมีเดีย
จากนั้นจึงค่อย ๆ ขยายไปสู่การซื้ออัลบั้ม ซื้อสินค้า Merchandise ซื้อสินค้าที่ BTS เป็นพรีเซนเตอร์ รวมถึงการเรียนภาษาเกาหลี รับประทานอาหารเกาหลี ใช้เครื่องสำอางเกาหลี ดูซีรีส์เกาหลี และท้ายที่สุดคือการเดินทางไปท่องเที่ยวในเกาหลีใต้
กระบวนการดังกล่าวทำให้รายได้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงธุรกิจเพลง แต่กระจายไปยังหลายอุตสาหกรรม ทั้งค้าปลีก อาหาร เครื่องสำอาง การศึกษา การท่องเที่ยว และบริการต่าง ๆ ทั่วประเทศ
วัยรุ่นวันนี้ คือกำลังซื้อสำคัญในอนาคต
อีกประเด็นสำคัญที่ NH Securities ให้ความสนใจคือโครงสร้างของฐานแฟนคลับ BTS ทั่วโลก ข้อมูลระบุว่า แฟนคลับประมาณ 84% อยู่ในกลุ่มวัยรุ่นและวัย 20 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังเข้าสู่ช่วงสร้างรายได้และมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์มองว่า หากคนกลุ่มนี้ยังคงมีความผูกพันกับวัฒนธรรมเกาหลีใต้ เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปใช้กับสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีใต้มากขึ้นตามไปด้วย แนวคิดนี้เรียกว่า “Cohort Economics” หรือการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคตามช่วงวัย ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ความชอบในวัย 15 ปี อาจส่งผลต่อรูปแบบการใช้จ่ายในวัย 35 ปี
เมื่อ Soft Power สร้างผลตอบแทนได้ยาวนานหลายทศวรรษ
ตัวอย่างเช่น หากเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเริ่มติดตาม BTS ในวันนี้ อีก 20 ปีข้างหน้า เขาอาจยังคงซื้อสินค้าเกาหลี เดินทางท่องเที่ยวเกาหลี ส่งบุตรหลานเรียนภาษาเกาหลี หรือแม้แต่ลงทุนในบริษัทของเกาหลีใต้
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า Soft Power ไม่ได้สร้างผลประโยชน์เพียงระยะสั้น แต่สามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสิบปี นั่นจึงเป็นเหตุผลที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังแข่งขันกันสร้างอิทธิพลทางวัฒนธรรม เพื่อดึงดูดผู้บริโภคในระยะยาว
BTS อาจช่วยเพิ่ม GDP เกาหลีใต้ได้ปีละ 0.35%
ตัวเลขที่สร้างความสนใจมากที่สุดในรายงานคือการประเมินว่า ภายในปี 2040 การใช้จ่ายของแฟนคลับ BTS อาจช่วยเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ได้ราว 0.1-0.35% ต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 2.1 แสนล้านบาทต่อปี
ตัวเลขดังกล่าวถือว่าไม่เล็กเลยสำหรับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อย่างเกาหลีใต้ เพราะใกล้เคียงกับงบประมาณของกระทรวงขนาดกลางในประเทศไทยทั้งปี หรือเทียบเท่ากับมูลค่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หลายโครงการ ที่สำคัญ เงินจำนวนนี้ไม่ได้มาจากน้ำมัน เหมืองแร่ หรือโรงงานอุตสาหกรรม แต่เกิดจากพลังการบริโภคของแฟนคลับทั่วโลก
คอนเสิร์ต BTS ไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่คือเครื่องจักรการท่องเที่ยว
อีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนพลังทางเศรษฐกิจของ BTS คือผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ข้อมูลจากกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ร่วมกับ Korea Tourism Organization พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเกาหลีใต้เพื่อชมคอนเสิร์ต BTS ใช้เวลาพำนักเฉลี่ย 8.7 วัน
ขณะที่นักท่องเที่ยวทั่วไปพักเฉลี่ยเพียง 6.1 วัน นั่นหมายความว่า แฟนคลับ BTS อยู่ในประเทศนานกว่าเฉลี่ย 2.6 วัน และมีการใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 3.53 ล้านวอนต่อคน สูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปกว่า 1.08 ล้านวอน หรือประมาณ 27,000 บาทต่อคน
เม็ดเงินกระจายสู่ทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า คอนเสิร์ตไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมบันเทิงอีกต่อไป แต่กลายเป็น “สินค้าการท่องเที่ยว” ที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศได้อย่างมหาศาล
แฟนคลับไม่ได้ใช้จ่ายเฉพาะค่าบัตรคอนเสิร์ต แต่ยังใช้เงินกับโรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ระบบขนส่ง และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทำให้รายได้กระจายไปสู่ผู้ประกอบการจำนวนมากทั่วเมือง ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะบริษัทผู้จัดงานเท่านั้น
BTS กลับมารวมตัว เงินสะพัดทันที
หลังสมาชิก BTS กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี 2026 กระแสความนิยมของวงกลับมาคึกคักอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ระบุว่า ในเดือนเมษายน 2026 นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในเกาหลีใต้รวมกว่า 1.33 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 856 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ขณะที่ Reuters รายงานว่า เกาหลีใต้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศในเดือนมีนาคม 2026 สูงถึง 2.06 ล้านคน โดยภาครัฐยอมรับว่ากระแสวัฒนธรรมเกาหลีและการกลับมาของ BTS เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตดังกล่าว
บทเรียนสำคัญที่ประเทศไทยควรเรียนรู้
หลายคนอาจมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของเกาหลีใต้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเกี่ยวข้องกับประเทศไทยอย่างมาก เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไทยเองก็พูดถึงการผลักดัน Soft Power อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย มวยไทย ภาพยนตร์ ซีรีส์ไทย หรือ T-Pop
คำถามสำคัญคือ ไทยจะสามารถเปลี่ยนความนิยมเหล่านี้ให้กลายเป็นรายได้ระดับประเทศได้อย่างไร? เกาหลีใต้ใช้เวลาหลายสิบปีในการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงดนตรี ภาพยนตร์ อาหาร แฟชั่น เครื่องสำอาง และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน
เมื่อคนต่างชาติชื่นชอบ BTS พวกเขาไม่ได้ซื้อเพียงเพลง แต่ซื้อทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีใต้ นี่คือการเปลี่ยน Soft Power ให้กลายเป็น Hard Cash หรือเม็ดเงินจริงในระบบเศรษฐกิจ
ความสำเร็จของ BTS จึงไม่ได้เกิดจากโชคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของการสร้างแบรนด์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เกาหลีใต้ไม่ได้มองศิลปินเป็นเพียงนักร้อง แต่เป็น “สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศได้ในระยะยาว
บทสรุป
ปรากฏการณ์ BTS กำลังสะท้อนให้เห็นว่า ในโลกยุคใหม่ การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้มาจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ไอดอล ศิลปิน และแฟนคลับหลายล้านคนทั่วโลก สามารถกลายเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่ทรงพลังไม่แพ้อุตสาหกรรมขนาดใหญ่
และในมุมหนึ่ง BTS ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นมากกว่าวงดนตรี แต่กลายเป็นหนึ่งใน “สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจแห่งชาติ” ของเกาหลีใต้ ที่สร้างรายได้ การท่องเที่ยว และการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
- เตือนแฟน K-Pop ทั่วเอเชียตกเป็นเหยื่อสแกมเมอร์เพิ่มขึ้น
- ฟื้นคืนชีพ "Made in Thailand" กลับมารอบนี้ไม่เหมือนเดิม?
- "ลาว" โต ไทยได้อะไร? รุกเกมใหม่ฮับขนส่ง-พลังงานอาเซียน
- “อนุทิน” ชูประเทศไทย เป็นประตูเชื่อม รัสเซีย-อาเซียน ส่งเสริมการค้า การลงทุน
- เงินมาจากไหน? "อีลอน มัสก์" รวยพุ่งล้านล้านดอลลาร์ คนแรกของโลก
ที่มารูปภาพ : Big Hit Music, Magnific
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
