
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของตลาดการเงิน นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองหาหุ้นที่มีความแข็งแกร่งทางธุรกิจ สร้างกระแสเงินสดได้สม่ำเสมอ และให้ผลตอบแทนในรูปเงินปันผลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Defensive ที่มักได้รับความสนใจในช่วงตลาดผันผวน
ล่าสุด นักวิเคราะห์คัดเลือก 11 หุ้นเด่นที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง ควบคู่กับการได้รับ SET ESG Rating ระดับ AAA สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการทั้งความมั่นคงและโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากตลาดหุ้นไทย
โดยนักวิเคราะห์คาดว่าเม็ดเงินลงทุนมักจะไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่ม DEFENSIVE หรือ VALUE แนะนำเน้นหุ้นมีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง ควบคู่ไปกับการมีเรตติ้งสูง หลังตลาดการเงินกำลังส่งสัญญาณ เข้าสู่สภาวะ "DE-RISKING MODE" หรือโหมดการเทขายเพื่อลดความเสี่ยงอย่างชัดเจน
สรุปข่าว
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของตลาดการเงิน นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองหาหุ้นที่มีความแข็งแกร่งทางธุรกิจ สร้างกระแสเงินสดได้สม่ำเสมอ และให้ผลตอบแทนในรูปเงินปันผลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Defensive ที่มักได้รับความสนใจในช่วงตลาดผันผวน
ล่าสุด นักวิเคราะห์คัดเลือก 11 หุ้นเด่นที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง ควบคู่กับการได้รับ SET ESG Rating ระดับ AAA สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการทั้งความมั่นคงและโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากตลาดหุ้นไทย
โดยนักวิเคราะห์คาดว่าเม็ดเงินลงทุนมักจะไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่ม DEFENSIVE หรือ VALUE แนะนำเน้นหุ้นมีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง ควบคู่ไปกับการมีเรตติ้งสูง หลังตลาดการเงินกำลังส่งสัญญาณ เข้าสู่สภาวะ "DE-RISKING MODE" หรือโหมดการเทขายเพื่อลดความเสี่ยงอย่างชัดเจน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ตลาดการเงินกำลังส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลง โดยกำลังก้าวเข้าสู่สภาวะ "DE-RISKING MODE" หรือโหมดการเทขายเพื่อลดความเสี่ยงอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนผ่าน 3 สัญญาณ ดังนี้
สัญญาณเตือนแรก คือ ทิศทางของกระแสเงินทุน (FUND FLOW) ที่กำลังไหลออกจากตลาดหุ้น โดยในเดือนนี้ (MTD) มีเม็ดเงินไหลออกจากตลาดหุ้นทุกแห่งในภูมิภาค ทั้ง เกาหลีใต้ 1.4 หมื่นล้านเหรียญฯ ไต้หวัน 1.1 หมื่นล้านเหรียญฯ อินเดีย 4 พันล้านเหรียญฯ อินโดนีเซีย 746 ล้านเหรียญฯ ฟิลิปปินส์ 21 ล้านเหรียญฯ และไทย 5 ล้านเหรียญฯ
สัญญาณเตือนสอง คือ ความผิดปกติในฝั่งของสินทรัพย์ปลอดภัย (SAFE HAVEN) อย่างทองคำ ที่เริ่มแสดงอาการอ่อนแออย่างชัดเจน แม้ว่าตั้งแต่ต้นปีราคาทองคำจะเคยปรับตัวขึ้นสูงสุด 30% แต่ปัจจุบันกลับเผชิญแรงเทขายอย่างหนักจนทำให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) พลิกกลับมาติดลบ 5.7% ซึ่งเป็นภาพสะท้อนว่าในสภาวะที่ตลาดต้องการเงินสดเพื่อลดความเสี่ยง
สัญญาณเตือนสาม คือ การปรับมุมมองต่อกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะธีมการลงทุนใน AI (AI GROWTH) ที่เคยมองว่าเป็นการเติบโตแห่งอนาคต ปัจจุบันตลาดเริ่มเปลี่ยนโฟกัสไปที่ความเสี่ยงด้านฐานะทางการเงิน (BALANCE SHEET RISK) แทน โดยนักลงทุนเริ่มระมัดระวัง เรื่องภาระหนี้สิน ต้นทุน และกระแสเงินสดของบริษัทเหล่านี้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ กรณีของหุ้น SMCI ที่ต้องมีการเพิ่มทุน หรือ ORACLE ที่มีรายจ่ายฝ่ายทุน (CAPEX) ด้าน AI สูงกว่าที่ตลาดคาด ทำให้เกิดความกังวลว่าการลงทุนมหาศาลนี้อาจกระทบต่อสภาพคล่องและกระแสเงินสดของกิจการ

กลยุทธ์การลงทุน คาดว่าเม็ดเงินลงทุนมักจะไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่ม DEFENSIVE หรือ VALUE เป็นหลัก ซึ่งไทยน่าจะแกร่งกว่าประเทศอื่นๆ
แนะนำให้มุ่งเน้นไปที่หุ้นมีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง (HIGH DIVIDEND YIELD) ควบคู่ไปกับการมีเรตติ้งสูง (SET ESG RATING ระดับ AAA) เช่น หุ้นกลุ่มธนาคาร-ค้าปลีก (อาทิ SCB, KKP, TISCO, KTB, KBANK, HMPRO)
นอกจากนี้ยังรวมถึงหุ้นตัวอื่นๆ อาทิ LH, TOP, PTT, CPF, RATCH เป็นต้น
- ซื้อ “หุ้นแบงก์” ด้วยเงิน 1 ล้านบาท 5 ปีที่แล้ว ตัวไหน ให้กำไรสูงสุด
- "หุ้นธนาคาร" เสน่ห์แรง 4 แบงก์ใหญ่ปันผลพุ่ง 3 ปีติด เก็บเข้าพอร์ตยังทัน รอรับปันผลฉ่ำ
- ถึงเวลาคัดหุ้นเข้าพอร์ต! กำไร บจ. Q1/69 แกร่ง หนุน SET ติดเครื่องรอบใหม่
- เอเชีย พลัส ชี้หุ้นโลกสวิงหนัก ตะวันออกกลางเดือด ศาลสหรัฐฯ เบรกขึ้นภาษี 10%
- หุ้นไทยวันนี้ 6 พฤษภาคม 2569 ปิดเพิ่ม 26.81 จุด ตลาดไร้ปัจจัยใหม่หนุน
ที่มาข้อมูล : บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth
