มีเงิน แล้วจะมีลูก? "เวียดนาม" เร่งหาทางออกแก้เกมประขากรหด เล็งแจกเงินสด จูงใจคนปั๊มลูก ตามรอยจีน

Share on Line Share on Facebook Share on X

คนไม่อยากมีลูก? เวียดนามเร่งแก้เกม จ่อทุ่มงบกระตุ้น หวั่นแรงงานหายทั้งระบบ


ถ้ามีเงินมากพอ…คุณจะตัดสินใจมีลูกหรือไม่? 


คำถามนี้กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ระดับประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป ไม่ใช่แค่ไทย แต่หมายถึงเวียดนามด้วย 


ล่าสุดรัฐบาลเวียดนามกำลังเตรียม “ใช้ยาแรง” ผ่านมาตรการแจกเงิน เพื่อจูงใจให้ประชาชนมีบุตรมากขึ้น หวังแก้ปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำลังส่งสัญญาณเตือนต่ออนาคตเศรษฐกิจของประเทศอย่างชัดเจน  แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในเวียดนาม กำลังสะท้อนอะไรถึงประเทศไทยด้วยหรือไม่? 


เศรษฐกิจโต แต่ประชากรเริ่มหด: สัญญาณเตือนจากเวียดนาม


โจทย์ใหญ่ของเวียดนามในวันนี้ คือภาพเศรษฐกิจที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ในอีกด้านหนึ่ง อนาคตกลับเริ่มเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจาก “ความเสี่ยงด้านประชากร” ที่กำลังหดตัวลง


แม้เมืองใหญ่จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่กลับพบว่าอัตราการเกิดสวนทางกับการเติบโตดังกล่าวอย่างชัดเจน ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามได้เสนอแนวคิดใช้นโยบายแจกเงินสด เพื่อกระตุ้นให้คนมีลูกมากขึ้น โดยต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลมากกว่า 1.8 ล้านล้านดองต่อปี


มาตรการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่เวียดนามกำลังเผชิญ “ภาวะการเจริญพันธุ์ลดลง” และหากได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล นโยบายดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้


แจกเงิน 2 ล้านดอง: เครื่องมือใหม่แก้ปัญหาเด็กเกิดน้อย


รายงานจาก สำนักข่าวซินหัว ระบุว่า นโยบายดังกล่าวจะมอบเงินสด หรือโอนผ่านธนาคารอย่างน้อย 2 ล้านดอง (ประมาณ 2,400 บาท) ให้กับผู้หญิงที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์


กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้หญิงในกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย  ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดต่ำ (ต่ำกว่า 2.1 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน)  ผู้ที่มีลูกสองคนก่อนอายุ 35 ปี นอกจากนี้ ยังมีแผนใช้งบประมาณกว่า 2 ล้านล้านดองต่อปี เพื่อสนับสนุนการตรวจคัดกรองโรคแต่กำเนิดสำหรับทารกแรกเกิด


ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมองว่า มาตรการแจกเงินเป็น “เครื่องมือเร่งด่วน” เพื่อรับมือกับอัตราการเกิดที่ลดลง ซึ่งขณะนี้อยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยลดจาก 2.11 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคนในปี 2564 เหลือเพียง 1.91 คนในปี 2569 และยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง และหากแนวโน้มนี้ไม่พลิกกลับ ประชากรเวียดนามจะเข้าสู่ภาวะ “หดตัว” ในอนาคต





สรุปข่าว

เวียดนามเตรียมใช้นโยบายแจกเงินจูงใจให้คนมีลูก หลังอัตราการเกิดลดต่ำเป็นประวัติการณ์ เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจระยะยาว ปัจจัยหลักมาจากค่าครองชีพสูง สังคมเปลี่ยน และผู้หญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่ชะลอการมีบุตร แม้หลายประเทศรวมถึงจีนเคยใช้มาตรการลักษณะนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าอาจช่วยได้จำกัด หากไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

คนไม่อยากมีลูก? เวียดนามเร่งแก้เกม จ่อทุ่มงบกระตุ้น หวั่นแรงงานหายทั้งระบบ


ถ้ามีเงินมากพอ…คุณจะตัดสินใจมีลูกหรือไม่? 


คำถามนี้กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ระดับประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป ไม่ใช่แค่ไทย แต่หมายถึงเวียดนามด้วย 


ล่าสุดรัฐบาลเวียดนามกำลังเตรียม “ใช้ยาแรง” ผ่านมาตรการแจกเงิน เพื่อจูงใจให้ประชาชนมีบุตรมากขึ้น หวังแก้ปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำลังส่งสัญญาณเตือนต่ออนาคตเศรษฐกิจของประเทศอย่างชัดเจน  แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในเวียดนาม กำลังสะท้อนอะไรถึงประเทศไทยด้วยหรือไม่? 


เศรษฐกิจโต แต่ประชากรเริ่มหด: สัญญาณเตือนจากเวียดนาม


โจทย์ใหญ่ของเวียดนามในวันนี้ คือภาพเศรษฐกิจที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ในอีกด้านหนึ่ง อนาคตกลับเริ่มเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจาก “ความเสี่ยงด้านประชากร” ที่กำลังหดตัวลง


แม้เมืองใหญ่จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่กลับพบว่าอัตราการเกิดสวนทางกับการเติบโตดังกล่าวอย่างชัดเจน ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามได้เสนอแนวคิดใช้นโยบายแจกเงินสด เพื่อกระตุ้นให้คนมีลูกมากขึ้น โดยต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลมากกว่า 1.8 ล้านล้านดองต่อปี


มาตรการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่เวียดนามกำลังเผชิญ “ภาวะการเจริญพันธุ์ลดลง” และหากได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล นโยบายดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้


แจกเงิน 2 ล้านดอง: เครื่องมือใหม่แก้ปัญหาเด็กเกิดน้อย


รายงานจาก สำนักข่าวซินหัว ระบุว่า นโยบายดังกล่าวจะมอบเงินสด หรือโอนผ่านธนาคารอย่างน้อย 2 ล้านดอง (ประมาณ 2,400 บาท) ให้กับผู้หญิงที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์


กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้หญิงในกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย  ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดต่ำ (ต่ำกว่า 2.1 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน)  ผู้ที่มีลูกสองคนก่อนอายุ 35 ปี นอกจากนี้ ยังมีแผนใช้งบประมาณกว่า 2 ล้านล้านดองต่อปี เพื่อสนับสนุนการตรวจคัดกรองโรคแต่กำเนิดสำหรับทารกแรกเกิด


ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมองว่า มาตรการแจกเงินเป็น “เครื่องมือเร่งด่วน” เพื่อรับมือกับอัตราการเกิดที่ลดลง ซึ่งขณะนี้อยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยลดจาก 2.11 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคนในปี 2564 เหลือเพียง 1.91 คนในปี 2569 และยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง และหากแนวโน้มนี้ไม่พลิกกลับ ประชากรเวียดนามจะเข้าสู่ภาวะ “หดตัว” ในอนาคต





ค่าครองชีพพุ่ง-งานไม่มั่นคง: เหตุผลคนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูก


คำถามสำคัญคือ ทำไมคนเวียดนาม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ จึงไม่อยากมีลูก คำตอบสะท้อนปัจจัยใกล้ตัวที่คล้ายกับหลายประเทศในเอเชีย รวมถึงไทย โดยเฉพาะ “ปัญหาปากท้อง” ที่กลายเป็นเหตุผลหลัก


ค่าครองชีพในเมืองใหญ่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อัตราการเกิดในเมืองสำคัญอย่าง โฮจิมินห์ซิตี้ และ ฮานอย อยู่ในระดับต่ำมา ก ขณะเดียวกัน ผู้หญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น โดยเวียดนามมีแรงงานหญิงสูงถึง 69% ทำให้การตั้งครรภ์และเลี้ยงดูบุตรกลายเป็นความท้าทาย ทั้งในแง่ภาระงานและความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาชีพ


ดังนั้นในความเป็นจริง “การมีลูก” จึงอาจหมายถึง “การเสียโอกาส” สำหรับคนจำนวนไม่น้อย


สังคมเปลี่ยน-แต่งงานช้า: ความเสี่ยงใหม่ของเศรษฐกิจ


อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงทางสังคม คนรุ่นใหม่แต่งงานช้าลง ให้ความสำคัญกับชีวิตส่วนตัวมากขึ้น และไม่ต้องการแบกรับภาระระยะยาว แม้จะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในระดับบุคคล แต่ในระดับประเทศ กลับกลายเป็นความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ


เพราะเมื่อจำนวนเด็กเกิดลดลง สิ่งที่ตาม คือ แรงงานในอนาคตลดลง  ค่าแรงมีแนวโน้มสูงขึ้น  ความสามารถในการแข่งขันลดลง และจุดแข็งสำคัญของเวียดนามที่เคยเป็น “ฐานการผลิตต้นทุนต่ำ” อาจสั่นคลอน และอาจทำให้นักลงทุนย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น 


นอกจากนี้ ภาระของรัฐจะเพิ่มขึ้นจากสังคมสูงวัย ทั้งค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและระบบบำนาญที่ตึงตัวมากขึ้น


บทเรียนจากจีน: แจกเงินแล้วได้ผลจริงหรือไม่


แนวคิดแจกเงินเพื่อกระตุ้นการเกิดไม่ใช่เรื่องใหม่ โดย จีน เคยดำเนินนโยบายลักษณะนี้มาก่อน อย่างไรก็ตาม รายงานของ รอยเตอร์ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจได้ผลเพียงในวงจำกัด และไม่สามารถแก้ปัญหาในระยะยาวได้


เหตุผลสำคัญคือ ปัญหาการเกิดต่ำไม่ได้อยู่ที่ “เงินเพียงอย่างเดียว” แต่เป็นผลจากโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม เช่น ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ความไม่มั่นคงในการทำงาน และค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป


อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังมีข้อได้เปรียบเหนือบางประเทศ เช่น เศรษฐกิจที่ยังเติบโต และยังมีแรงงานจำนวนมาก หากสามารถแก้ปัญหาได้เร็ว ก็อาจลดผลกระทบได้ทันเวลา



วิกฤตทั้งภูมิภาค: เอเชียกำลังเข้าสู่ยุคอัตราเด็กเกิดน้อย


ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเวียดนาม แต่เป็น “โจทย์ใหญ่ระดับภูมิภาค” รายงานของ OECD ระบุว่า ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา อัตราการเจริญพันธุ์ในเอเชียแปซิฟิกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากมากกว่า 5 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคนในปี 1970 เหลือเพียงประมาณ 2.2 ในปี 2022


หลายประเทศ เช่น จีน ไทย และ เกาหลีใต้ ต่างเผชิญอัตราการเกิดที่ลดลงต่อเนื่อง บางประเทศลดลงมากกว่า 70%


โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยน: ต้นเหตุลึกของอัตราการเกิดต่ำ


OECD ชี้ว่า การลดลงของอัตราการเกิดเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ การเข้าถึงการคุมกำเนิดที่ดีขึ้น ระดับการศึกษาที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในผู้หญิง การเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น และต้นทุนการเลี้ยงดูบุตรที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเมือง


รวมถึงการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจจากภาคเกษตรกรรมไปสู่อุตสาหกรรมและบริการ แม้หลายประเทศพยายามใช้นโยบายกระตุ้น เช่น เงินอุดหนุนและสิทธิการลาคลอด แต่ยังไม่สามารถ “พลิกแนวโน้ม” ได้อย่างชัดเจน


แจกเงินจะแก้ได้จริงหรือไม่: คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ


สุดท้ายแล้ว นโยบายแจกเงินเพื่อจูงใจให้มีลูก จะได้ผลจริงหรือไม่ ยังคงเป็นคำถามสำคัญ สำหรับเวียดนาม นี่อาจเป็น “ความหวัง” ในการชะลอวิกฤตประชากร เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่กำลังเผชิญปัญหาไม่ต่างกัน


และคำถามเดิมยังคงย้อนกลับมาหาเราทุกคนอีกครั้ง


ถ้ามีเงินมากพอ…คุณจะตัดสินใจมีลูกหรือไม่? และ “เท่าไหร่” ถึงจะเพียงพอสำหรับการตัดสินใจครั้งนั้น



ที่มาข้อมูล : สำนักข่าวซินหัว, รอยเตอร์, OECD

ที่มารูปภาพ : Gemini 3 Grok

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ