"ฟอร์ด" เปิดเกมปิกอัพไฟฟ้าต่ำล้าน ชูแหล่งพลังงานสำรองบ้านได้

Share on Line Share on Facebook Share on X

ฟอร์ดเตรียมเพิ่มจุดขายให้รถกระบะไฟฟ้า ด้วยการเปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับบ้าน ทั้งช่วยสำรองไฟยามฉุกเฉิน และบริหารการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่ค่าไฟแพง ผ่านปิกอัพไฟฟ้าขนาดกลางรุ่นใหม่ ฟอร์ด Fathom ซึ่งมีกำหนดเข้าสู่ตลาดในปี 2027

ฟอร์ดประกาศราคาเริ่มต้นในสหรัฐฯ ที่ 28,350 ดอลลาร์ หรือประมาณ 956,000 บาท สำหรับรุ่นแบตเตอรี่มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ราคานี้ยังไม่รวมค่าขนส่งและส่งมอบ 1,595 ดอลลาร์ รวมถึงค่าธรรมเนียมเอกสารของผู้จำหน่าย โดยบริษัทเตรียมเปิดรับจองล่วงหน้าต้นปี 2027 และยังไม่ได้ประกาศตัวเลขระยะทางวิ่งตามการประเมินของหน่วยงานสหรัฐฯ

จุดเด่นคือระบบรับและจ่ายไฟสองทิศทาง รถจึงไม่ได้รับไฟเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่เพื่อขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว แต่สามารถส่งพลังงานกลับไปใช้ในบ้านที่ติดตั้งอุปกรณ์รองรับได้ด้วย

ตามข้อมูลของฟอร์ด ระบบนี้คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับให้บ้านได้มากกว่า 10 กิโลวัตต์ โดยไม่ต้องติดตั้งอินเวอร์เตอร์แยกบนผนัง เพราะบริษัทนำอุปกรณ์แปลงไฟดังกล่าวมาติดตั้งไว้ภายในตัวรถแล้ว ช่วยลดความซับซ้อนและต้นทุนของระบบภายนอก

สรุปข่าว

ฟอร์ด เตรียมทำตลาดปิกอัพไฟฟ้า Fathom ปี 2027 ราคาเริ่มต้นสหรัฐฯ ราว 9.6 แสนบาท ชูระบบจ่ายไฟกลับบ้านโดยมีอินเวอร์เตอร์ติดตั้งในรถ แต่เจ้าของยังต้องซื้ออุปกรณ์เชื่อมต่อเพิ่มเติม

ฟอร์ดเตรียมเพิ่มจุดขายให้รถกระบะไฟฟ้า ด้วยการเปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับบ้าน ทั้งช่วยสำรองไฟยามฉุกเฉิน และบริหารการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่ค่าไฟแพง ผ่านปิกอัพไฟฟ้าขนาดกลางรุ่นใหม่ ฟอร์ด Fathom ซึ่งมีกำหนดเข้าสู่ตลาดในปี 2027

ฟอร์ดประกาศราคาเริ่มต้นในสหรัฐฯ ที่ 28,350 ดอลลาร์ หรือประมาณ 956,000 บาท สำหรับรุ่นแบตเตอรี่มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ราคานี้ยังไม่รวมค่าขนส่งและส่งมอบ 1,595 ดอลลาร์ รวมถึงค่าธรรมเนียมเอกสารของผู้จำหน่าย โดยบริษัทเตรียมเปิดรับจองล่วงหน้าต้นปี 2027 และยังไม่ได้ประกาศตัวเลขระยะทางวิ่งตามการประเมินของหน่วยงานสหรัฐฯ

จุดเด่นคือระบบรับและจ่ายไฟสองทิศทาง รถจึงไม่ได้รับไฟเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่เพื่อขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว แต่สามารถส่งพลังงานกลับไปใช้ในบ้านที่ติดตั้งอุปกรณ์รองรับได้ด้วย

ตามข้อมูลของฟอร์ด ระบบนี้คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับให้บ้านได้มากกว่า 10 กิโลวัตต์ โดยไม่ต้องติดตั้งอินเวอร์เตอร์แยกบนผนัง เพราะบริษัทนำอุปกรณ์แปลงไฟดังกล่าวมาติดตั้งไว้ภายในตัวรถแล้ว ช่วยลดความซับซ้อนและต้นทุนของระบบภายนอก

อย่างไรก็ตาม การมีอินเวอร์เตอร์ในรถไม่ได้หมายความว่า ซื้อรถแล้วจะเสียบจ่ายไฟให้บ้านได้ทันที เจ้าของยังต้องติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมต่อที่เหมาะสม โดยฟอร์ดแบ่งการใช้งานหลักออกเป็นสองรูปแบบ

รูปแบบแรกคือการบริหารค่าไฟ เจ้าของสามารถชาร์จรถในช่วงที่ไฟฟ้ามีราคาต่ำ แล้วนำพลังงานที่เก็บไว้กลับมาใช้ในบ้านช่วงที่ค่าไฟสูงกว่า ซึ่งอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ในพื้นที่ที่มีอัตราค่าไฟต่างกันตามช่วงเวลา

การใช้งานนี้ต้องมีอุปกรณ์ Ford Home Power Station รวมถึงการอนุมัติจากผู้ให้บริการไฟฟ้า และแผนบริการหรือช่วงทดลองใช้งานที่ยังมีผลตามเงื่อนไขของฟอร์ด

รูปแบบที่สองคือการสำรองไฟเมื่อไฟดับ ซึ่งต้องมีทั้ง Home Power Station และ Home Backup Power Panel เพื่อให้ระบบสามารถจ่ายไฟจากรถเข้าสู่บ้านได้ตามการออกแบบและติดตั้ง

ฟอร์ดคาดว่า Home Power Station จะมีราคาประมาณครึ่งหนึ่งของอุปกรณ์ชาร์จสองทิศทางรุ่นแรก ส่วนอุปกรณ์สำรองไฟสำหรับบ้านคาดว่าจะมีราคาต่ำลงอย่างน้อยร้อยละ 60 แต่ยังต้องรอราคาจำหน่ายและค่าติดตั้งจริง จึงยังไม่ควรสรุปว่าค่าใช้จ่ายทั้งระบบจะอยู่ที่เท่าใด

ส่วนระยะเวลาที่รถจะจ่ายไฟให้บ้านได้ ต้องพิจารณาทั้งพลังงานที่เหลือในแบตเตอรี่และจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปิดพร้อมกัน กำลังจ่ายไฟมากกว่า 10 กิโลวัตต์ 

เทคโนโลยีนี้เพิ่มเหตุผลในการซื้อรถไฟฟ้าให้มากกว่าการประหยัดค่าเดินทาง เพราะรถสามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานเคลื่อนที่ได้ด้วย แต่ความคุ้มค่าต้องนำราคาติดตั้ง อัตราค่าไฟ และรูปแบบการใช้งานมาคำนวณร่วมกัน

ขณะเดียวกัน ฟอร์ดกำลังทำงานร่วมกับผู้ให้บริการไฟฟ้าในสหรัฐฯ และแคนาดา เพื่อเตรียมกระบวนการเชื่อมต่อระบบก่อนรถเข้าสู่ตลาด โดย Fathom จะเป็นรถรุ่นแรกบนแพลตฟอร์ม Universal Electric Vehicle Platform ใหม่ของบริษัท

การแข่งขันครั้งนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ราคาหรือระยะทางวิ่งเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถของรถในการช่วยจัดการพลังงานในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้าของผู้บริโภค 

ที่มาข้อมูล : https://www.techspot.com/news/114364-ford-30k-fathom-electric-pickup-can-used-home.html

ที่มารูปภาพ : -