"ซูบารุ" เร่งเกมรถอัจฉริยะ ลดเวลาพัฒนารุ่นใหม่ 40%
ซูบารุ ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น ประกาศเร่งปรับกระบวนการพัฒนารถ ตั้งเป้าลดระยะเวลาลงประมาณร้อยละ 40 พร้อมเปิดตัวรถที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ หรือ เอสดีวี ในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020 เพื่อให้ส่งรถรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น
บริษัทเปิดเผยแผนดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ในการชี้แจงกลยุทธ์ที่ศูนย์วิจัยเมืองซาโนะ ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว โดยจะทยอยนำหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์แบบบูรณาการ หรือ อีซียูรุ่นใหม่ มาใช้กับรถในกลุ่มผลิตภัณฑ์
หัวใจของระบบนี้คือชิปที่ซูบารุร่วมพัฒนากับเอเอ็มดี บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ เพื่อรองรับการควบคุมการทำงานของรถ ซึ่งมีซอฟต์แวร์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น
รถประเภทเอสดีวี คือรถที่สามารถพัฒนาและปรับปรุงฟังก์ชันผ่านซอฟต์แวร์ได้ โดยซูบารุตั้งเป้าให้รองรับการอัปเดตผ่านเครือข่ายไร้สาย ครอบคลุมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ระบบขับขี่อัตโนมัติ และฟังก์ชันด้านสมรรถนะรถ
สรุปข่าว
ซูบารุ ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น ประกาศเร่งปรับกระบวนการพัฒนารถ ตั้งเป้าลดระยะเวลาลงประมาณร้อยละ 40 พร้อมเปิดตัวรถที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ หรือ เอสดีวี ในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020 เพื่อให้ส่งรถรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น
บริษัทเปิดเผยแผนดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ในการชี้แจงกลยุทธ์ที่ศูนย์วิจัยเมืองซาโนะ ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว โดยจะทยอยนำหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์แบบบูรณาการ หรือ อีซียูรุ่นใหม่ มาใช้กับรถในกลุ่มผลิตภัณฑ์
หัวใจของระบบนี้คือชิปที่ซูบารุร่วมพัฒนากับเอเอ็มดี บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ เพื่อรองรับการควบคุมการทำงานของรถ ซึ่งมีซอฟต์แวร์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น
รถประเภทเอสดีวี คือรถที่สามารถพัฒนาและปรับปรุงฟังก์ชันผ่านซอฟต์แวร์ได้ โดยซูบารุตั้งเป้าให้รองรับการอัปเดตผ่านเครือข่ายไร้สาย ครอบคลุมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ระบบขับขี่อัตโนมัติ และฟังก์ชันด้านสมรรถนะรถ
แนวทางนี้เปิดโอกาสให้รถได้รับการปรับปรุงหลังส่งมอบ แทนที่การเพิ่มความสามารถจะต้องผูกอยู่กับการเปลี่ยนรุ่นรถเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ซูบารุยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่ารถรุ่นใดจะเริ่มใช้ก่อน หรือฟังก์ชันใดจะพร้อมให้บริการในแต่ละตลาด
อีกเป้าหมายสำคัญคือการลดเวลาพัฒนารถประมาณร้อยละ 40 โดยใช้การจำลองแบบดิจิทัลในขั้นตอนสร้างต้นแบบ พร้อมดำเนินงานออกแบบ ทดสอบ และเตรียมการผลิตควบคู่กัน หากทำได้ตามแผน จะช่วยให้บริษัทตอบสนองความต้องการของตลาดได้เร็วขึ้น และลดงานพัฒนาที่ซ้ำซ้อน ซูบารุยังวางแผนใช้มาตรฐานแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกัน ทั้งรถไฟฟ้า รถไฮบริด และรถเครื่องยนต์เบนซิน เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีรองรับรถได้หลายประเภท
ประเด็นที่น่าจับตาคือ บริษัทยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีแผนนำแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์อารีนของโตโยต้ามาใช้ แม้โตโยต้าถือหุ้นในซูบารุประมาณร้อยละ 21
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า ซูบารุยังเลือกพัฒนาระบบตามแนวทางของตนเอง ขณะที่ความร่วมมือด้านรถยนต์กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้ซอฟต์แวร์ชุดเดียวกันทุกด้าน
การแข่งขันของค่ายรถจึงขยายจากเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ มาสู่ความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์และส่งเทคโนโลยีถึงลูกค้าได้รวดเร็ว โดยซูบารุต้องพิสูจน์ว่าการลดเวลาพัฒนาจะเดินควบคู่กับคุณภาพและความปลอดภัยได้ตามเป้าหมาย
