เกมนี้ใครจะชนะ? "เทสลา" บุกเวียดนาม สู้เจ้าถิ่น "วินฟาสต์" จับตาศึกอีวีอาเซียน

Share on Line Share on Facebook Share on X

Tesla ท้าชนเจ้าถิ่น VinFast บุกเวียดนาม! ศึก EV เดือด จับตาให้ดี เกมนี้ใครจะชนะ? 


Tesla กำลังบุกตลาดเวียดนาม แต่โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การหาลูกค้า เพราะต้องเผชิญกับ VinFast แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเจ้าถิ่นที่ครองตลาด EV เวียดนามในสัดส่วนสูงถึง 92%


ล่าสุด Tesla จดทะเบียนบริษัท Tesla Motors Vietnam อย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน 2569 เพื่อปูทางเข้าสู่ตลาดเวียดนาม ตั้งแต่การขายรถ อะไหล่ ไปจนถึงการนำเข้า ส่งออก และจัดจำหน่ายภายในประเทศ


การเข้ามาของ Tesla ครั้งนี้จึงถูกจับตามอง เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาด EV เวียดนามกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และมี VinFast เป็นผู้เล่นรายสำคัญที่สร้างฐานตลาดและระบบนิเวศ EV ไว้อย่างแข็งแรงแล้ว


ทำไม Tesla ต้องเลือกเวียดนาม?


เหตุผลสำคัญคือ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเวียดนามกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก IEA ระบุว่า ในปี 2568 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในเวียดนามเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า จนกลายเป็นหนึ่งในตลาด EV ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ที่น่าสนใจคือ รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนประมาณ 41% ของยอดขายรถใหม่ในเวียดนามในปี 2568 หรือคิดง่าย ๆ ว่า รถใหม่ทุก 10 คัน เกือบ 4 คันเป็นรถไฟฟ้า


จึงไม่ใช่ตลาดที่ EV เพิ่งเริ่มต้นอีกต่อไป แต่กำลังเข้าสู่ช่วงที่รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักของผู้บริโภค


VinFast ไม่ได้ขายแค่รถ แต่สร้าง Ecosystem


โจทย์ใหญ่ของ Tesla คือ VinFast ซึ่งเป็นแบรนด์เวียดนามที่ไม่ได้มีจุดแข็งเพียงเรื่องตัวรถ แต่ยังสร้างระบบนิเวศรอบรถ EV หรือ Ecosystem ขึ้นมาด้วย


VinFast มีเครือข่ายสถานีชาร์จของตัวเองทั่วประเทศ โดยบริษัทระบุว่ามีมากกว่า 150,000 ช่องชาร์จ ครอบคลุม 63 จังหวัดและเมือง รวมถึงมีเครือข่ายโชว์รูม ศูนย์บริการหลังการขาย ตลอดจนการขยายระบบแท็กซี่ไฟฟ้าและแพลตฟอร์มการเดินทาง Xanh SM


ทั้งหมดนี้ทำให้ VinFast ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเดินทางภายในประเทศ


สำหรับผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจซื้อรถ EV จึงไม่ได้มองเพียงว่ารถวิ่งได้ไกลแค่ไหน แต่ยังต้องดูว่ามีสถานีชาร์จอยู่ที่ไหน ศูนย์บริการครอบคลุมหรือไม่ และสามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้สะดวกแค่ไหน ซึ่งเป็นส่วนที่ VinFast มีเครือข่ายอยู่แล้ว




สรุปข่าว

Tesla จดทะเบียนบริษัทในเวียดนาม ปูทางบุกตลาด EV ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่โจทย์ใหญ่คือ VinFast เจ้าถิ่นที่ครองตลาด EV สูงถึง 92% พร้อมเครือข่ายชาร์จและบริการครบวงจร ศึกครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ Tesla ปะทะ VinFast แต่สะท้อนการแข่งขันครั้งใหญ่ของ EV ในอาเซียน

Tesla ท้าชนเจ้าถิ่น VinFast บุกเวียดนาม! ศึก EV เดือด จับตาให้ดี เกมนี้ใครจะชนะ? 


Tesla กำลังบุกตลาดเวียดนาม แต่โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การหาลูกค้า เพราะต้องเผชิญกับ VinFast แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเจ้าถิ่นที่ครองตลาด EV เวียดนามในสัดส่วนสูงถึง 92%


ล่าสุด Tesla จดทะเบียนบริษัท Tesla Motors Vietnam อย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน 2569 เพื่อปูทางเข้าสู่ตลาดเวียดนาม ตั้งแต่การขายรถ อะไหล่ ไปจนถึงการนำเข้า ส่งออก และจัดจำหน่ายภายในประเทศ


การเข้ามาของ Tesla ครั้งนี้จึงถูกจับตามอง เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาด EV เวียดนามกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และมี VinFast เป็นผู้เล่นรายสำคัญที่สร้างฐานตลาดและระบบนิเวศ EV ไว้อย่างแข็งแรงแล้ว


ทำไม Tesla ต้องเลือกเวียดนาม?


เหตุผลสำคัญคือ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเวียดนามกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก IEA ระบุว่า ในปี 2568 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในเวียดนามเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า จนกลายเป็นหนึ่งในตลาด EV ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ที่น่าสนใจคือ รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนประมาณ 41% ของยอดขายรถใหม่ในเวียดนามในปี 2568 หรือคิดง่าย ๆ ว่า รถใหม่ทุก 10 คัน เกือบ 4 คันเป็นรถไฟฟ้า


จึงไม่ใช่ตลาดที่ EV เพิ่งเริ่มต้นอีกต่อไป แต่กำลังเข้าสู่ช่วงที่รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักของผู้บริโภค


VinFast ไม่ได้ขายแค่รถ แต่สร้าง Ecosystem


โจทย์ใหญ่ของ Tesla คือ VinFast ซึ่งเป็นแบรนด์เวียดนามที่ไม่ได้มีจุดแข็งเพียงเรื่องตัวรถ แต่ยังสร้างระบบนิเวศรอบรถ EV หรือ Ecosystem ขึ้นมาด้วย


VinFast มีเครือข่ายสถานีชาร์จของตัวเองทั่วประเทศ โดยบริษัทระบุว่ามีมากกว่า 150,000 ช่องชาร์จ ครอบคลุม 63 จังหวัดและเมือง รวมถึงมีเครือข่ายโชว์รูม ศูนย์บริการหลังการขาย ตลอดจนการขยายระบบแท็กซี่ไฟฟ้าและแพลตฟอร์มการเดินทาง Xanh SM


ทั้งหมดนี้ทำให้ VinFast ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเดินทางภายในประเทศ


สำหรับผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจซื้อรถ EV จึงไม่ได้มองเพียงว่ารถวิ่งได้ไกลแค่ไหน แต่ยังต้องดูว่ามีสถานีชาร์จอยู่ที่ไหน ศูนย์บริการครอบคลุมหรือไม่ และสามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้สะดวกแค่ไหน ซึ่งเป็นส่วนที่ VinFast มีเครือข่ายอยู่แล้ว




VinFast ได้เปรียบเรื่องราคา ขณะที่ Tesla เน้นเทคโนโลยี


ข้อมูลที่ถูกอ้างถึงโดย HSC Research ระบุว่า VinFast มีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเวียดนามสูงถึงประมาณ 92% ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568


ขณะที่ IEA ระบุในรายงาน Global EV Outlook 2026 ว่า VinFast สามารถครองตลาด EV เวียดนามได้เกือบทั้งหมดในปี 2568 โดยรถที่ขายดีส่วนใหญ่เป็นรถขนาดเล็กและมีราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้


นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญสำหรับ Tesla เพราะจุดแข็งของสองแบรนด์แตกต่างกัน


Tesla มีจุดแข็งด้านแบรนด์ระดับโลก เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ ระบบช่วยขับ และการอัปเดตซอฟต์แวร์ รวมถึงภาพลักษณ์การเป็นบริษัทเทคโนโลยีมากกว่าผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิม


ดังนั้น หาก Tesla เข้าสู่เวียดนาม ตลาดแรกที่มีโอกาสเข้าถึงอาจเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่พร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อเทคโนโลยี แบรนด์ และประสบการณ์การใช้งาน


นักวิเคราะห์มองว่า Model 3 และ Model Y น่าจะเป็นรุ่นสำคัญของ Tesla ในเวียดนาม โดยเฉพาะตลาดพรีเมียมและ Mass-Premium


อีกข้อได้เปรียบคือ Tesla มีฐานการผลิตที่ Gigafactory Shanghai อยู่แล้ว ทำให้สามารถบริหารซัพพลายและส่งมอบรถจากเอเชียเข้าสู่เวียดนามได้ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโรงงานใหม่ทันที


ไม่ใช่แค่ตลาด EV โต แต่กำลังซื้อเวียดนามก็เพิ่มขึ้น


อีกเหตุผลที่ Tesla สนใจเวียดนามอาจไม่ได้มีเพียงตลาด EV ที่เติบโต แต่ยังรวมถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค


World Bank ระบุว่า GDP เวียดนามในปี 2568 เติบโตประมาณ 8% ขณะที่ GDP ต่อหัวอยู่ที่ราว 5,066 ดอลลาร์


เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ความต้องการสินค้ามูลค่าสูงอย่างรถยนต์ก็มีโอกาสขยายตัวตาม


ดังนั้น Tesla อาจไม่ได้มองเพียงยอดขายในวันนี้ แต่กำลังมองไปถึงศักยภาพของตลาดรถยนต์เวียดนามในอีก 5–10 ปีข้างหน้า


VinFast ต้องรับศึกหลายด้าน


การเข้ามาของ Tesla เกิดขึ้นในช่วงที่ VinFast เองกำลังเร่งขยายธุรกิจ และยังต้องรับมือกับการแข่งขันจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่เข้ามาในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง


VinFast ระบุว่า ในเดือนสิงหาคม 2569 บริษัทส่งมอบรถ EV ในเวียดนามได้ 20,161 คัน ทำให้ยอดสะสมในช่วง 8 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 154,073 คัน และครองตำแหน่งแบรนด์รถยนต์ขายสูงสุดในประเทศต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24


ไตรมาสแรก VinFast มีรายได้ประมาณ 920.7 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 41.7% จากปีก่อน


อย่างไรก็ตาม ยอดขายที่เติบโตไม่ได้หมายความว่ากำไรจะเติบโตตาม เพราะ VinFast ยังคงต้องลงทุนจำนวนมากทั้งในโรงงาน เทคโนโลยี และการขยายตลาด โดยไตรมาสแรกบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิประมาณ 1.12 พันล้านดอลลาร์


ศึก EV เวียดนาม สะท้อนสงครามรถไฟฟ้าในอาเซียน


หากมองภาพใหญ่กว่าตลาดเวียดนาม สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังสะท้อนว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นสนามแข่งขันสำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า


IEA ระบุว่า ในปี 2568 ยอดขาย EV ในอาเซียนเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า แตะประมาณ 500,000 คัน และคิดเป็นเกือบ 20% ของยอดขายรถใหม่ทั้งหมด


ขณะเดียวกัน จีนยังเดินหน้าเต็มกำลัง โดยในปี 2568 จีนผลิตรถ EV เกือบ 75% ของรถ EV ทั่วโลก และส่งออกมากกว่า 2.5 ล้านคัน


ดังนั้น Tesla ที่กำลังเข้าสู่เวียดนาม ไม่ได้ต้องเผชิญเพียง VinFast เจ้าถิ่นเท่านั้น แต่ในระยะยาวยังต้องรับมือกับการแข่งขันจากผู้ผลิตรถยนต์จีนที่กำลังรุกตลาดอาเซียนอย่างหนักด้วย


ที่มาข้อมูล : CNBC, IEA, Counterpoint Research, HSC Research, BMI/Fitch Solutions, VinFast, World Bank

ที่มารูปภาพ : OpenAI

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ