“เวียดนาม” ยันไม่เปิดทางสินค้าจีนสวมสิทธิ์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โต เลิม ประธานาธิบดีและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เปิดเผยว่า เวียดนามใกล้มาก ที่จะบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ พร้อมส่งสัญญาณเพิ่มการนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงจากสหรัฐ ตั้งแต่เครื่องบิน พลังงานนิวเคลียร์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนและรถไฟ เพื่อช่วยลดความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างสองประเทศ
ผู้นำเวียดนาม ระบุว่า สินค้าส่งออกของเวียดนามสอดคล้องกับความต้องการของตลาดสหรัฐ และไม่ได้แข่งขันโดยตรงกับสินค้าที่ผลิตในสหรัฐ พร้อมย้ำว่าเวียดนามต้องการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้น เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ แม้ยังมีข้อจำกัดด้านนโยบายบางประการจากฝั่งสหรัฐ
สรุปข่าว
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โต เลิม ประธานาธิบดีและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เปิดเผยว่า เวียดนามใกล้มาก ที่จะบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ พร้อมส่งสัญญาณเพิ่มการนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงจากสหรัฐ ตั้งแต่เครื่องบิน พลังงานนิวเคลียร์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนและรถไฟ เพื่อช่วยลดความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างสองประเทศ
ผู้นำเวียดนาม ระบุว่า สินค้าส่งออกของเวียดนามสอดคล้องกับความต้องการของตลาดสหรัฐ และไม่ได้แข่งขันโดยตรงกับสินค้าที่ผลิตในสหรัฐ พร้อมย้ำว่าเวียดนามต้องการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้น เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ แม้ยังมีข้อจำกัดด้านนโยบายบางประการจากฝั่งสหรัฐ
ทั้งนี้ เวียดนามและสหรัฐใช้เวลาหลายเดือนเจรจารายละเอียดข้อตกลงการค้าฉบับสุดท้าย โดยประเด็นสำคัญที่ยังเป็นอุปสรรค ได้แก่ การส่งสินค้าผ่านประเทศที่สามเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี หรือ Transshipment ตลอดจนมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี
โต เลิม กล่าวว่า เวียดนามเข้าใจข้อกังวลของสหรัฐ แต่เชื่อว่ายังมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเวียดนามพร้อมเพิ่มการนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงจากสหรัฐ โดยเฉพาะเครื่องบิน เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนและระบบราง
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการเจรจา คือ ข้อกังวลของสหรัฐว่า สินค้าจากจีนอาจถูกนำเข้ามาประกอบ บรรจุใหม่ หรือเปลี่ยนเส้นทางผ่านเวียดนาม ก่อนส่งออกไปยังสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้า
โต เลิม ยืนยันว่า เวียดนามไม่ยอมรับการส่งสินค้าสวมสิทธิ์ โดยการค้าจะต้องเกิดขึ้นจริง สินค้าต้องผลิตในเวียดนามจริงและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ไม่ใช่เพียงเพื่อส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ แต่รวมถึงตลาดต่างประเทศอื่น ๆ ที่เวียดนามทำการค้าด้วย
ปัจจุบัน เวียดนามกำลังเผชิญการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐฯ พร้อมกัน 3 กรณี และถูกเรียกเก็บภาษี 12.5% ในฐานะหนึ่งในราว 60 ประเทศที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบของสหรัฐ เกี่ยวกับสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ นอกจากนี้ยังถูกตรวจสอบในประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินและการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ที่มาข้อมูล : สำนักข่าวบลูมเบิร์ก
ที่มารูปภาพ : TNN
