ผวา 800 ล้านคนไม่มีตำแหน่งงานเหลือให้ทำ

Share on Line Share on Facebook Share on X

โลกกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ เมื่อคนรุ่นใหม่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่โอกาสในการทำงานกลับมีไม่เพียงพอ ข้อมูลคาดการณ์ระบุว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศกำลังพัฒนาจะมีประชากรอายุครบ 18 ปีมากถึง 1,200 ล้านคน แต่คาดว่าจะสร้างงานได้เพียง 400 ล้านตำแหน่ง สะท้อนความเสี่ยงที่คนรุ่นใหม่จำนวนมหาศาลอาจไม่มีงานทำและขาดโอกาสสร้างอนาคตของตัวเอง

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ธนาคารและนักลงทุนสถาบันทั่วโลกมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกันประมาณ 283 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่มีเพียง 5-8% ที่อยู่ในเศรษฐกิจเกิดใหม่ ทั้งที่ประเทศเหล่านี้ต้องการเงินลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ขยายธุรกิจ และสร้างงานให้ทันกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น

ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ภายใต้เวที Unlocking Investment Opportunities in Emerging Markets to Create Jobs ซึ่งมีผู้บริหารธนาคารโลก ผู้แทนรัฐบาลอังกฤษ และผู้บริหารสถาบันการเงินระดับโลก ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางดึงเงินทุนเข้าสู่ประเทศกำลังพัฒนา

อาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก เตือนว่า หากประเทศกำลังพัฒนาไม่สามารถสร้างงานให้เพียงพอกับคนรุ่นใหม่ ความผิดหวังต่ออนาคตอาจกลายเป็นชนวนความไร้เสถียรภาพ แต่หากเปลี่ยนคนรุ่นใหม่ให้เป็นกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจได้สำเร็จ ก็อาจสร้างความมั่งคั่งให้กับโลกได้ตลอด 40 ปีข้างหน้า


สรุปข่าว

ในอีก 20 ปี ประเทศกำลังพัฒนาจะมีคนหนุ่มสาวเข้าสู่วัย 18 ปี ถึง 1,200 ล้านคน แต่กลับสร้างงานได้เพียง 400 ล้านตำแหน่งเท่านั้นทำให้มีอีกกว่า 800 ล้านคนที่เสี่ยงจะไม่มีอาชีพไม่มีรายได้

โลกกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ เมื่อคนรุ่นใหม่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่โอกาสในการทำงานกลับมีไม่เพียงพอ ข้อมูลคาดการณ์ระบุว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศกำลังพัฒนาจะมีประชากรอายุครบ 18 ปีมากถึง 1,200 ล้านคน แต่คาดว่าจะสร้างงานได้เพียง 400 ล้านตำแหน่ง สะท้อนความเสี่ยงที่คนรุ่นใหม่จำนวนมหาศาลอาจไม่มีงานทำและขาดโอกาสสร้างอนาคตของตัวเอง

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ธนาคารและนักลงทุนสถาบันทั่วโลกมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกันประมาณ 283 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่มีเพียง 5-8% ที่อยู่ในเศรษฐกิจเกิดใหม่ ทั้งที่ประเทศเหล่านี้ต้องการเงินลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ขยายธุรกิจ และสร้างงานให้ทันกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น

ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ภายใต้เวที Unlocking Investment Opportunities in Emerging Markets to Create Jobs ซึ่งมีผู้บริหารธนาคารโลก ผู้แทนรัฐบาลอังกฤษ และผู้บริหารสถาบันการเงินระดับโลก ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางดึงเงินทุนเข้าสู่ประเทศกำลังพัฒนา

อาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก เตือนว่า หากประเทศกำลังพัฒนาไม่สามารถสร้างงานให้เพียงพอกับคนรุ่นใหม่ ความผิดหวังต่ออนาคตอาจกลายเป็นชนวนความไร้เสถียรภาพ แต่หากเปลี่ยนคนรุ่นใหม่ให้เป็นกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจได้สำเร็จ ก็อาจสร้างความมั่งคั่งให้กับโลกได้ตลอด 40 ปีข้างหน้า


อย่างไรก็ตาม รัฐบาลหลายประเทศมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ขณะที่นักลงทุนสถาบันมีเงินทุนระยะยาวจำนวนมหาศาล แต่ยังต้องการหลักประกันและผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยง จึงเกิดคำถามสำคัญว่า จะทำอย่างไรให้เงินทุนเหล่านี้ไหลเข้าสู่โครงการที่สร้างงานได้จริง

เอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ชี้ว่า ประเทศกำลังพัฒนาต้องรับมือกับปัญหาหลายด้านพร้อมกัน ทั้งสงคราม วิกฤตสภาพภูมิอากาศ และราคาอาหารกับพลังงานที่สูงขึ้น แต่เขาตั้งข้อสังเกตว่า นักลงทุนบางส่วนอาจประเมินความเสี่ยงจากภาพจำหรือข้อสันนิษฐาน มากกว่าข้อมูลจริง ทำให้โอกาสลงทุนที่มีศักยภาพถูกมองข้ามไป


ด้าน อัตซี เชธ ผู้บริหารจาก Moody’s Ratings มองว่า นักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงในระดับบริษัทและอุตสาหกรรมให้มากขึ้น ไม่ใช่ตัดสินจากความเสี่ยงของประเทศเพียงอย่างเดียว เพราะธุรกิจในตลาดเกิดใหม่มีความแตกต่างกัน และยังมีโอกาสเติบโตในอุตสาหกรรมอย่างปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และพลังงานหมุนเวียนธนาคารโลกจึงเสนอให้เร่งปลดล็อกการลงทุน ทั้งปรับกฎระเบียบให้ชัดเจน ใช้เครื่องมือค้ำประกัน

โจทย์สำคัญของประเทศกำลังพัฒนาในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การมีโครงการที่น่าลงทุน แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่น ลดอุปสรรค และทำให้เงินทุนเปลี่ยนเป็นธุรกิจที่เดินหน้าได้จริง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จไม่ได้วัดเพียงเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้า แต่ต้องวัดด้วยจำนวนงานและโอกาสที่คนรุ่นใหม่ได้รับด้วย


ที่มาข้อมูล : TNN รวบรวม

ที่มารูปภาพ : TNN