ฝรั่งเศสเจอภัยแล้ง ไวน์จ่อต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ แชมเปญผลผลิตวูบ
อุตสาหกรรมไวน์ฝรั่งเศสกำลังเผชิญหนึ่งในปีที่หนักที่สุด หลัง คลื่นความร้อนและภัยแล้ง กระทบไร่องุ่นทั่วประเทศ จนผลผลิตไวน์ปีนี้มีแนวโน้มลดลงสู่ระดับต่ำสุดกลุ่มหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ ท่ามกลางแรงกดดันเดิมจากการบริโภคที่ลดลงและการแข่งขันในตลาดโลก
ฝรั่งเศสคาดผลิตไวน์เหลือ 3,390 ล้านลิตร
กระทรวงเกษตรฝรั่งเศสประเมิน ณ วันที่ 1 กันยายน 2569 ว่า ผลผลิตไวน์ของประเทศปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 33.9 ล้านเฮกโตลิตร หรือประมาณ 3,390 ล้านลิตร ลดลง 6% จากปีก่อน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 2564-2568 ถึง 17%
ปัจจัยสำคัญมาจากสภาพอากาศร้อนจัดและภัยแล้ง ซึ่งกระทบผลผลิตองุ่น ขณะที่พื้นที่ไร่องุ่นที่ให้ผลผลิตก็ลดลงด้วย โดยรัฐบาลฝรั่งเศสระบุว่า ช่วงฤดูร้อนปีนี้ประเทศเผชิญทั้งคลื่นความร้อนและภัยแล้งรุนแรง พื้นที่ถึง 65% ของประเทศได้รับผลกระทบจากภาวะแห้งแล้ง และ 95 จังหวัดเคยอยู่ภายใต้มาตรการจำกัดการใช้น้ำ
สรุปข่าว
อุตสาหกรรมไวน์ฝรั่งเศสกำลังเผชิญหนึ่งในปีที่หนักที่สุด หลัง คลื่นความร้อนและภัยแล้ง กระทบไร่องุ่นทั่วประเทศ จนผลผลิตไวน์ปีนี้มีแนวโน้มลดลงสู่ระดับต่ำสุดกลุ่มหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ ท่ามกลางแรงกดดันเดิมจากการบริโภคที่ลดลงและการแข่งขันในตลาดโลก
ฝรั่งเศสคาดผลิตไวน์เหลือ 3,390 ล้านลิตร
กระทรวงเกษตรฝรั่งเศสประเมิน ณ วันที่ 1 กันยายน 2569 ว่า ผลผลิตไวน์ของประเทศปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 33.9 ล้านเฮกโตลิตร หรือประมาณ 3,390 ล้านลิตร ลดลง 6% จากปีก่อน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 2564-2568 ถึง 17%
ปัจจัยสำคัญมาจากสภาพอากาศร้อนจัดและภัยแล้ง ซึ่งกระทบผลผลิตองุ่น ขณะที่พื้นที่ไร่องุ่นที่ให้ผลผลิตก็ลดลงด้วย โดยรัฐบาลฝรั่งเศสระบุว่า ช่วงฤดูร้อนปีนี้ประเทศเผชิญทั้งคลื่นความร้อนและภัยแล้งรุนแรง พื้นที่ถึง 65% ของประเทศได้รับผลกระทบจากภาวะแห้งแล้ง และ 95 จังหวัดเคยอยู่ภายใต้มาตรการจำกัดการใช้น้ำ
แชมเปญหนักสุด ผลผลิตลดเกือบ 50%
หนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ แคว้นแชมเปญ โดยกระทรวงเกษตรฝรั่งเศสประเมินผลผลิตลดลงประมาณ 49% จากปี 2568 หลังเผชิญทั้งน้ำค้างแข็งในฤดูใบไม้ผลิและคลื่นความร้อนรุนแรงในฤดู
แหล่งผลิตไวน์สำคัญอย่างบูร์กอญ-โบโฌเลส์ ลุ่มแม่น้ำลัวร์ และชาร็องต์ ก็มีแนวโน้มผลผลิตลดลงเช่นกัน ขณะที่สภาพอากาศร้อนยังทำให้หลายพื้นที่ต้องเก็บเกี่ยวองุ่นเร็วกว่าปกติ
ผลผลิตลดซ้ำเติมวิกฤตไวน์ฝรั่งเศส
ปัญหาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ธุรกิจไวน์ฝรั่งเศสเผชิญแรงกดดันอยู่แล้ว ทั้งการบริโภคภายในประเทศที่ลดลง พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป และความไม่แน่นอนของตลาดส่งออก
กระทรวงเกษตรฝรั่งเศสระบุว่า อุตสาหกรรมไวน์บางพื้นที่กำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างจากความต้องการบริโภคที่ลดลง โดยเฉพาะไวน์แดง จนรัฐบาลต้องมีมาตรการช่วยปรับสมดุลระหว่างกำลังการผลิตกับความต้องการของตลาด
สำหรับผู้ผลิตไวน์ โดยเฉพาะรายเล็ก สถานการณ์จึงกลายเป็นแรงกดดันสองด้าน คือ ผลผลิตลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตและความเสี่ยงจากสภาพอากาศเพิ่มขึ้น
และในระยะยาว ปัญหานี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความผันผวนของอุตสาหกรรมไวน์ แต่ยังเป็นสัญญาณถึงความเสี่ยงของภาคเกษตรยุโรปที่ต้องเผชิญสภาพอากาศรุนแรงมากขึ้น
ที่มาข้อมูล : กระทรวงเกษตรฝรั่งเศส (Agreste), Reuters, กระทรวงเกษตรและอธิปไตยทางอาหารฝรั่งเศส
ที่มารูปภาพ : canvq
