ยูเอ็นเตือน “เอลนีโญ” รุนแรงระดับ "ก๊อดซิล่า" หนักสุดใน 1,000 ปี

Share on Line Share on Facebook Share on X
ยูเอ็นเตือน “เอลนีโญ” รุนแรงระดับ "ก๊อดซิล่า" หนักสุดใน 1,000 ปี

สหประชาชาติ หรือ UN เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก “ต่อหน้าต่อตาเรา” และมีแนวโน้มจะกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบอย่างน้อย 1,000 ปี ขณะที่แบบจำลองสภาพภูมิอากาศล่าสุดชี้ว่า เอลนีโญครั้งนี้แทบจะแน่นอนว่าจะทำให้อุณหภูมิโลกทำลายสถิติเดิม

เอลนีโญจะเติมความร้อนจำนวนมหาศาลเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ในช่วงเวลาที่อุณหภูมิโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากภาวะโลกร้อนอยู่แล้ว การซ้อนทับกันของสองปัจจัยนี้ทำให้ ปี 2027 มีแนวโน้มทำลายสถิติเดิมอย่างขาดลอย และอาจกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา

ผลกระทบจากเอลนีโญเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว ตั้งแต่ไฟป่าที่รุนแรงขึ้นในอินโดนีเซีย ไปจนถึงฝนมรสุมที่อ่อนกำลังลงในอินเดีย และคาดว่าผลกระทบจะขยายไปทั่วโลก ทั้งความเสี่ยงไฟป่าที่เพิ่มขึ้นในออสเตรเลีย และอุทกภัยที่รุนแรงขึ้นในอเมริกาใต้


สรุปข่าว

สหประชาชาติ เผย ปรากฎการณ์เอลนีโญ กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกเราเอง เข้าขั้น "ระดับก๊อดซิล่า" นับว่ามีความรุนแรงที่ในรอบอย่างน้อย 1,000 ปี

สหประชาชาติ หรือ UN เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก “ต่อหน้าต่อตาเรา” และมีแนวโน้มจะกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบอย่างน้อย 1,000 ปี ขณะที่แบบจำลองสภาพภูมิอากาศล่าสุดชี้ว่า เอลนีโญครั้งนี้แทบจะแน่นอนว่าจะทำให้อุณหภูมิโลกทำลายสถิติเดิม

เอลนีโญจะเติมความร้อนจำนวนมหาศาลเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ในช่วงเวลาที่อุณหภูมิโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากภาวะโลกร้อนอยู่แล้ว การซ้อนทับกันของสองปัจจัยนี้ทำให้ ปี 2027 มีแนวโน้มทำลายสถิติเดิมอย่างขาดลอย และอาจกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา

ผลกระทบจากเอลนีโญเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว ตั้งแต่ไฟป่าที่รุนแรงขึ้นในอินโดนีเซีย ไปจนถึงฝนมรสุมที่อ่อนกำลังลงในอินเดีย และคาดว่าผลกระทบจะขยายไปทั่วโลก ทั้งความเสี่ยงไฟป่าที่เพิ่มขึ้นในออสเตรเลีย และอุทกภัยที่รุนแรงขึ้นในอเมริกาใต้


โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ WFP ประเมินเมื่อเดือนสิงหาคมว่า เอลนีโญอาจส่งผลให้ประชาชนประมาณ 50 ล้านคน ตกอยู่ในภาวะหิวโหยอย่างรุนแรง

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า เอลนีโญจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ โดยความรุนแรงของปรากฏการณ์ครั้งนี้ถูกอธิบายว่าอยู่ในระดับ “น่าตกตะลึงอย่างแท้จริง” และถึงขั้นถูกเปรียบว่าเป็นเอลนีโญระดับ “ก็อดซิลลา”

ข้อมูลล่าสุดพบว่า อุณหภูมิมหาสมุทรบริเวณใจกลางของปรากฏการณ์เอลนีโญขณะนี้ สูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 30 ปีถึง 2.6 องศาเซลเซียส ใกล้เคียงกับสถิติสูงสุดในยุคดาวเทียมที่ 3.1 องศาเซลเซียสในปี 2015 ทั้งที่ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะถึงจุดสูงสุด

ค่าเฉลี่ยจากแบบจำลองสภาพภูมิอากาศ 14 แบบจำลอง คาดว่า เอลนีโญอาจแตะจุดสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน โดยอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 4 องศาเซลเซียส


สิ่งที่น่ากังวลยิ่งขึ้นคือ งานวิจัยล่าสุดพบว่า ภาวะโลกร้อนกำลังทำให้วัฏจักรเอลนีโญรุนแรงขึ้น และเอลนีโญที่รุนแรงขึ้นก็จะย้อนกลับมาซ้ำเติมผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศอีกทอดหนึ่ง

เซเลสเต เซาโล เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO เตือนว่า เอลนีโญมีศักยภาพที่จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อชุมชนและเศรษฐกิจทั่วโลก - WMO ระบุว่า ตลอดประวัติศาสตร์ 50 ปีขององค์กร ไม่เคยมีการระดมความร่วมมือครั้งใหญ่เช่นนี้มาก่อน โดยกำลังประสานหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาของประเทศต่าง ๆ เพื่อเร่งจัดทำการพยากรณ์และข้อมูลเตือนภัยสำหรับปกป้องชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน


ที่มาข้อมูล : The Guardian

ที่มารูปภาพ : ChatGPT