
สหประชาชาติ หรือ UN เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก “ต่อหน้าต่อตาเรา” และมีแนวโน้มจะกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบอย่างน้อย 1,000 ปี ขณะที่แบบจำลองสภาพภูมิอากาศล่าสุดชี้ว่า เอลนีโญครั้งนี้แทบจะแน่นอนว่าจะทำให้อุณหภูมิโลกทำลายสถิติเดิม
เอลนีโญจะเติมความร้อนจำนวนมหาศาลเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ในช่วงเวลาที่อุณหภูมิโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากภาวะโลกร้อนอยู่แล้ว การซ้อนทับกันของสองปัจจัยนี้ทำให้ ปี 2027 มีแนวโน้มทำลายสถิติเดิมอย่างขาดลอย และอาจกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา
ผลกระทบจากเอลนีโญเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว ตั้งแต่ไฟป่าที่รุนแรงขึ้นในอินโดนีเซีย ไปจนถึงฝนมรสุมที่อ่อนกำลังลงในอินเดีย และคาดว่าผลกระทบจะขยายไปทั่วโลก ทั้งความเสี่ยงไฟป่าที่เพิ่มขึ้นในออสเตรเลีย และอุทกภัยที่รุนแรงขึ้นในอเมริกาใต้
สรุปข่าว
สหประชาชาติ หรือ UN เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก “ต่อหน้าต่อตาเรา” และมีแนวโน้มจะกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบอย่างน้อย 1,000 ปี ขณะที่แบบจำลองสภาพภูมิอากาศล่าสุดชี้ว่า เอลนีโญครั้งนี้แทบจะแน่นอนว่าจะทำให้อุณหภูมิโลกทำลายสถิติเดิม
เอลนีโญจะเติมความร้อนจำนวนมหาศาลเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ในช่วงเวลาที่อุณหภูมิโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากภาวะโลกร้อนอยู่แล้ว การซ้อนทับกันของสองปัจจัยนี้ทำให้ ปี 2027 มีแนวโน้มทำลายสถิติเดิมอย่างขาดลอย และอาจกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา
ผลกระทบจากเอลนีโญเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว ตั้งแต่ไฟป่าที่รุนแรงขึ้นในอินโดนีเซีย ไปจนถึงฝนมรสุมที่อ่อนกำลังลงในอินเดีย และคาดว่าผลกระทบจะขยายไปทั่วโลก ทั้งความเสี่ยงไฟป่าที่เพิ่มขึ้นในออสเตรเลีย และอุทกภัยที่รุนแรงขึ้นในอเมริกาใต้
โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ WFP ประเมินเมื่อเดือนสิงหาคมว่า เอลนีโญอาจส่งผลให้ประชาชนประมาณ 50 ล้านคน ตกอยู่ในภาวะหิวโหยอย่างรุนแรง
นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า เอลนีโญจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ โดยความรุนแรงของปรากฏการณ์ครั้งนี้ถูกอธิบายว่าอยู่ในระดับ “น่าตกตะลึงอย่างแท้จริง” และถึงขั้นถูกเปรียบว่าเป็นเอลนีโญระดับ “ก็อดซิลลา”
ข้อมูลล่าสุดพบว่า อุณหภูมิมหาสมุทรบริเวณใจกลางของปรากฏการณ์เอลนีโญขณะนี้ สูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 30 ปีถึง 2.6 องศาเซลเซียส ใกล้เคียงกับสถิติสูงสุดในยุคดาวเทียมที่ 3.1 องศาเซลเซียสในปี 2015 ทั้งที่ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะถึงจุดสูงสุด
ค่าเฉลี่ยจากแบบจำลองสภาพภูมิอากาศ 14 แบบจำลอง คาดว่า เอลนีโญอาจแตะจุดสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน โดยอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 4 องศาเซลเซียส
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งขึ้นคือ งานวิจัยล่าสุดพบว่า ภาวะโลกร้อนกำลังทำให้วัฏจักรเอลนีโญรุนแรงขึ้น และเอลนีโญที่รุนแรงขึ้นก็จะย้อนกลับมาซ้ำเติมผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศอีกทอดหนึ่ง
เซเลสเต เซาโล เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO เตือนว่า เอลนีโญมีศักยภาพที่จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อชุมชนและเศรษฐกิจทั่วโลก - WMO ระบุว่า ตลอดประวัติศาสตร์ 50 ปีขององค์กร ไม่เคยมีการระดมความร่วมมือครั้งใหญ่เช่นนี้มาก่อน โดยกำลังประสานหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาของประเทศต่าง ๆ เพื่อเร่งจัดทำการพยากรณ์และข้อมูลเตือนภัยสำหรับปกป้องชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน
- เอลนีโญแรงขึ้น 36%! โลกร้อนกำลังเร่ง “ภัยพิบัติโลก”
- เอลนีโญถล่มอเมริกาใต้ “น้ำตกอีกวาซู” น้ำสูงกว่าปกติ 5 เท่า น้ำไหลทะลัก 8.3 ล้านลิตร/วินาที
- วิกฤต “เมดิเตอร์เรเนียน” ข้อมูลกว่า 40 ปีเผย ร้อนขึ้น-กรดเพิ่ม-ออกซิเจนลด
- “โลกร้อน” ปลุกภัยบนยอดเขา ละลาย “กาวธรรมชาติ” เสี่ยงภูเขาถล่มได้ทุกเมื่อ!
- “ชิลี” รับศึกหนัก! เอลนีโญทำฝนถล่มเป็นประวัติการณ์ จับตาจุดพีคปลายปี
ที่มาข้อมูล : The Guardian
ที่มารูปภาพ : ChatGPT
