พลิกเกม! แบตฯ โซลิดสเตต "เบนซ์" ร่วมพัฒนา

Share on Line Share on Facebook Share on X

ProLogium บริษัทแบตเตอรี่จากไต้หวัน ประกาศเริ่มผลิตแบตเตอรี่โซลิดสเตต Generation 3.5 เชิงพาณิชย์แล้ว ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีที่อุตสาหกรรมรถยนต์จับตามานาน ออกจากขั้นทดลองเข้าสู่สายการผลิตจริง

แบตเตอรี่รุ่นนี้เป็นเซลล์ขนาดใหญ่ ความจุ 185.4 แอมแปร์ชั่วโมง มีความหนาแน่นพลังงานต่อน้ำหนัก 381 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัม และความหนาแน่นพลังงานต่อปริมาตร 903 วัตต์ชั่วโมงต่อลิตร สูงกว่าเซลล์ลิเธียมไอออนทั่วไปที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมาก

ความหนาแน่นพลังงานที่สูงขึ้น หมายความว่า ในทางทฤษฎี ผู้ผลิตรถยนต์สามารถเก็บพลังงานได้มากขึ้นโดยใช้แบตเตอรี่ที่มีน้ำหนักและขนาดใกล้เคียงเดิม หรืออาจลดขนาดแบตเตอรี่โดยยังรักษาความจุไว้ได้ ช่วยเพิ่มระยะทางวิ่งและลดน้ำหนักรถ

ผลการทดสอบพบว่า น้ำหนักลดลงไม่ถึงร้อยละ 0.05 ต่ำกว่าเกณฑ์สูงสุดร้อยละ 0.5 จึงสามารถจัดอยู่ในกลุ่มแบตเตอรี่โซลิดสเตตทั้งหมดตามวิธีทดสอบนี้ ไม่ใช่แบตเตอรี่กึ่งแข็งที่ยังมีอิเล็กโทรไลต์เหลวในสัดส่วนสูง 

สรุปข่าว

ProLogium พันธมิตรด้านเทคโนโลยีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เริ่มผลิตแบตเตอรี่โซลิดสเตตรุ่นใหม่ ความหนาแน่นพลังงานสูง 381 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัม แต่ยังต้องพิสูจน์ต้นทุน กำลังผลิต และประสิทธิภาพระดับแพ็ก ก่อนนำไปใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าตลาดใหญ่

ProLogium บริษัทแบตเตอรี่จากไต้หวัน ประกาศเริ่มผลิตแบตเตอรี่โซลิดสเตต Generation 3.5 เชิงพาณิชย์แล้ว ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีที่อุตสาหกรรมรถยนต์จับตามานาน ออกจากขั้นทดลองเข้าสู่สายการผลิตจริง

แบตเตอรี่รุ่นนี้เป็นเซลล์ขนาดใหญ่ ความจุ 185.4 แอมแปร์ชั่วโมง มีความหนาแน่นพลังงานต่อน้ำหนัก 381 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัม และความหนาแน่นพลังงานต่อปริมาตร 903 วัตต์ชั่วโมงต่อลิตร สูงกว่าเซลล์ลิเธียมไอออนทั่วไปที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมาก

ความหนาแน่นพลังงานที่สูงขึ้น หมายความว่า ในทางทฤษฎี ผู้ผลิตรถยนต์สามารถเก็บพลังงานได้มากขึ้นโดยใช้แบตเตอรี่ที่มีน้ำหนักและขนาดใกล้เคียงเดิม หรืออาจลดขนาดแบตเตอรี่โดยยังรักษาความจุไว้ได้ ช่วยเพิ่มระยะทางวิ่งและลดน้ำหนักรถ

ผลการทดสอบพบว่า น้ำหนักลดลงไม่ถึงร้อยละ 0.05 ต่ำกว่าเกณฑ์สูงสุดร้อยละ 0.5 จึงสามารถจัดอยู่ในกลุ่มแบตเตอรี่โซลิดสเตตทั้งหมดตามวิธีทดสอบนี้ ไม่ใช่แบตเตอรี่กึ่งแข็งที่ยังมีอิเล็กโทรไลต์เหลวในสัดส่วนสูง 

ProLogium มีข้อตกลงพัฒนาเทคโนโลยีกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ และเคยร่วมงานกับค่ายรถจีน เช่น นีโอ และไอเวย์ส แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศว่า แบตเตอรี่ Generation 3.5 จะถูกนำไปใช้ในรถยนต์นั่งที่ผลิตจำนวนมากรุ่นใด

ประเด็นที่ต้องจับตาคือ คำว่าเริ่มผลิตจำนวนมาก ยังไม่ได้หมายความว่าเทคโนโลยีนี้พร้อมรองรับรถยนต์ไฟฟ้าหลายแสนคัน เพราะโรงงานของบริษัทที่เถาหยวนมีกำลังผลิตเริ่มต้นประมาณ 0.5 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี หากคำนวณเป็นแบตเตอรี่รถยนต์ขนาด 80 กิโลวัตต์ชั่วโมง จะรองรับได้เพียงประมาณ 6,250 ชุดต่อปี

นอกจากนี้ ตัวเลข 381 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัมเป็นสมรรถนะระดับเซลล์ เมื่อประกอบเป็นแพ็กจริง ยังต้องเพิ่มโครงสร้าง ระบบระบายความร้อน อุปกรณ์ป้องกัน และระบบบริหารแบตเตอรี่ ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นและความหนาแน่นพลังงานลดลง

บริษัทก็ยังไม่เปิดเผยต้นทุนการผลิต อัตราของเสีย อายุการใช้งาน และราคาต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ

สำหรับค่ายรถยนต์ ขณะที่แบตเตอรี่แอลเอฟพีที่ผลิตจำนวนมากในจีนมีต้นทุนต่ำและห่วงโซ่อุปทานพร้อมกว่า ดังนั้น ความสำเร็จครั้งนี้ยืนยันว่าแบตเตอรี่โซลิดสเตตความหนาแน่นสูงสามารถเข้าสู่สายการผลิตได้แล้ว แต่บททดสอบที่ยากกว่าคือ การขยายกำลังผลิต ลดต้นทุน และพิสูจน์ความทนทานระดับแพ็ก จนค่ายรถมั่นใจนำไปติดตั้งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายจริง