“สหรัฐฯ” หนี้ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ครั้งแรก

Share on Line Share on Facebook Share on X
“สหรัฐฯ” หนี้ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ครั้งแรก

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขหนี้สาธารณะทั้งหมดนับถึงเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา อยู่ที่ 40.05 ล้านล้านดอลลาร์ หลังจากแตะหลัก 30 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อราว 4 ปีครึ่งที่ผ่านมา และเพิ่มกว่าเท่าตัวจาก 19.4 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว


สหรัฐฯ เผชิญภาวะขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปี หลัก ๆ มาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตโควิด ทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะใกล้เคียงระดับร้อยละ 100 


กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ในเดือนกรกฎาคม สหรัฐฯ ขาดดุลงบประมาณราว 4.323 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นยอดขาดดุลรายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2021 ส่วนยอดขาดดุลงบประมาณสะสมตั้งแต่ต้นปีใกล้แตะระดับ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว


สถานการณ์การคลังของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อตลาด และทำให้กระทรวงการคลังประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรเพื่อลดอัตราผลตอบแทนลง 

สรุปข่าว

หนี้สาธารณะของ “สหรัฐฯ” ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรก เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 19.4 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีที่แล้ว ภายใต้รัฐบาล "โจ ไบเดน" และ "โดนัลด์ ทรัมป์" และใช้เวลาเพียง 4 ปีครึ่ง เพิ่มขึ้น 10 ล้านล้านดอลลาร์

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขหนี้สาธารณะทั้งหมดนับถึงเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา อยู่ที่ 40.05 ล้านล้านดอลลาร์ หลังจากแตะหลัก 30 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อราว 4 ปีครึ่งที่ผ่านมา และเพิ่มกว่าเท่าตัวจาก 19.4 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว


สหรัฐฯ เผชิญภาวะขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปี หลัก ๆ มาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตโควิด ทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะใกล้เคียงระดับร้อยละ 100 


กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ในเดือนกรกฎาคม สหรัฐฯ ขาดดุลงบประมาณราว 4.323 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นยอดขาดดุลรายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2021 ส่วนยอดขาดดุลงบประมาณสะสมตั้งแต่ต้นปีใกล้แตะระดับ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว


สถานการณ์การคลังของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อตลาด และทำให้กระทรวงการคลังประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรเพื่อลดอัตราผลตอบแทนลง 

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐฯ ทะยานขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน แตะระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่ก่อนวิกฤตการเงินโลก ซึ่งทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ยลงใกล้ศูนย์ และเฟดยังใช้มาตรการซื้อคืนพันธบัตรอย่างเข้มข้นในช่วงปลายปี 2008 


แต่ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์หนี้สาธารณะและการขาดดุลงบประมาณ ควบคู่ไปกับการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งมาจากกระแสบูมด้านการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับทิศทางของเฟดในการรับมือกับเงินเฟ้อ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร 


ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : TNN