"ฟิลิปปินส์"ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ

Share on Line Share on Facebook Share on X

ผู้ว่าการ BSP กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญคือการฉุดเงินเฟ้อให้ลดลง และเสริมว่า BSP มีความพร้อมที่จะคุมเข้มนโยบายการเงินมากเท่าที่จำเป็น เพื่อฉุดเงินเฟ้อให้ลดลงสู่เป้าหมาย โดยเขาย้ำว่าภารกิจหลักของ BSP คือการรักษาเสถียรภาพด้านราคา และการดูแลให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การแสดงความเห็นของเรโมโนลาส่งสัญญาณว่า BSP พร้อมที่จะเดินหน้าวัฏจักรการคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป แม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์จะอ่อนแอลงในไตรมาส 2/2569 โดย BSP จะจัดการประชุมเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในวันที่ 27 ส.ค.นี้ หลังจากที่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว 0.50% ในปีนี้


สรุปข่าว

อีไล เรโมโลนา ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) เผย ธนาคารกลางฟิลิปปินส์พร้อมที่จะคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติมเพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายของธนาคารกลาง

ผู้ว่าการ BSP กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญคือการฉุดเงินเฟ้อให้ลดลง และเสริมว่า BSP มีความพร้อมที่จะคุมเข้มนโยบายการเงินมากเท่าที่จำเป็น เพื่อฉุดเงินเฟ้อให้ลดลงสู่เป้าหมาย โดยเขาย้ำว่าภารกิจหลักของ BSP คือการรักษาเสถียรภาพด้านราคา และการดูแลให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การแสดงความเห็นของเรโมโนลาส่งสัญญาณว่า BSP พร้อมที่จะเดินหน้าวัฏจักรการคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป แม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์จะอ่อนแอลงในไตรมาส 2/2569 โดย BSP จะจัดการประชุมเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในวันที่ 27 ส.ค.นี้ หลังจากที่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว 0.50% ในปีนี้


อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการ BSP ยอมรับว่าเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ที่เติบโตอย่างน่าผิดหวังในไตรมาส 2 ได้ช่วยลดแรงกดดันต่อ BSP ในการคุมเข้มนโยบายการเงินลงได้บ้าง

สำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์ รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (7 ส.ค.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัวเพียง 2.3% ไตรมาส 2/2569 เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 2.8% ในไตรมาส 1 ขณะที่ฟิลิปปินส์ยังคงต้องรับมือกับวิกฤตการณ์ด้านพลังงานอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่าน รวมถึงการใช้จ่ายของภาครัฐที่ลดลงจากปัญหาคอร์รัปชัน


นอกจากนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.8% และหากไม่นับรวมเศรษฐกิจที่หดตัวช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระหว่างปี 2563-2564 แล้ว ตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 นับเป็นอัตราการเติบโตที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่สิ้นปี 2552

นักเศรษฐศาสตร์มองว่า เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น น่าจะส่งผลให้การบริโภคของภาคเอกชนซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ อ่อนแอลง และอาจทำให้รัฐบาลเผชิญกับความยากลำบากในการบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่กำหนดขึ้นใหม่ในกรอบ 3.5% 4.5%

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ

ย่อโลกเศรษฐกิจ
สำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์
อีไล เรโมโลนา
ธนาคารกลางฟิลิปปินส์GDP