
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนเร่งพยุงตลาดหุ้น หลังเผชิญแรงเทขายหนัก โดยสำนักงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) เตรียมประชุมผู้มีส่วนร่วมในตลาดวันนี้ (20 ก.ค.) เพื่อหารือมาตรการรักษาเสถียรภาพของตลาด ขณะที่กองทุนและบริษัทของรัฐเดินหน้าเข้าซื้อหุ้นครั้งใหญ่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังตลาดหุ้นจีนเผชิญแรงขายอย่างหนักในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) หายไปกว่า 10 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 1.48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
สรุปข่าว
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนเร่งพยุงตลาดหุ้น หลังเผชิญแรงเทขายหนัก โดยสำนักงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) เตรียมประชุมผู้มีส่วนร่วมในตลาดวันนี้ (20 ก.ค.) เพื่อหารือมาตรการรักษาเสถียรภาพของตลาด ขณะที่กองทุนและบริษัทของรัฐเดินหน้าเข้าซื้อหุ้นครั้งใหญ่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังตลาดหุ้นจีนเผชิญแรงขายอย่างหนักในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) หายไปกว่า 10 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 1.48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
หนังสือพิมพ์ Securities Times รายงานว่า CSRC ได้เชิญตัวแทนจากภาคตลาดทุนเข้าร่วมประชุมในวันจันทร์ เพื่อรับฟังข้อเสนอในการส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน ขณะที่ China Securities Journal ระบุว่า CSRC จะทยอยจัดเวทีหารือกับบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการกองทุน และบริษัทจดทะเบียน เพื่อรวบรวมความคิดเห็นสำหรับกำหนดมาตรการเชิงนโยบายเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน รัฐวิสาหกิจจีนได้เร่งเข้าพยุงตลาดผ่านการเข้าซื้อหุ้นจำนวนมาก โดย China Reform Holdings Corp ซึ่งอยู่ภายใต้รัฐบาลกลาง เปิดเผยว่า ได้ใช้เงิน 50,000 ล้านหยวน เข้าซื้อหุ้นเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าเพิ่มการลงทุนในตลาดหุ้นต่อไป โดยเชื่อมั่นในแนวโน้มระยะยาวของตลาดทุนจีน และพร้อมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและการเติบโตอย่างมีคุณภาพของรัฐวิสาหกิจ
ด้าน China Chengtong Holdings Group เปิดเผยว่า ได้เพิ่มการลงทุนในตลาดหุ้นคิดเป็นมูลค่าเกือบ 10,000 ล้านหยวน พร้อมประกาศว่าจะใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนเสถียรภาพของตลาดทุน
การเคลื่อนไหวของทั้งหน่วยงานกำกับดูแลและรัฐวิสาหกิจสะท้อนความพยายามของรัฐบาลจีนในการฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังตลาดเผชิญแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายในประเทศและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อ
ที่มาข้อมูล : สำนักข่าวรอยเตอร์
ที่มารูปภาพ : TNN
