บิทคับ ชี้ อนาคตเศรษฐกิจวัดกันที่ “พลังงานไฟฟ้า” ป้อนระบบ AI และหุ่นยนต์

Share on Line Share on Facebook Share on X
บิทคับ ชี้ อนาคตเศรษฐกิจวัดกันที่ “พลังงานไฟฟ้า” ป้อนระบบ AI และหุ่นยนต์

นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวบรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ปี 2569 หัวข้อ “เศรษฐกิจทั่วโลกจะหมุนไปทางไหน? ถอดมุมมองของผู้นำระดับโลกจากเวที World Economic Forum” โดยระบุว่า


สรุปข่าว

"ท็อป จิรายุส" ชี้โลกเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ ย้ำอนาคตวัดกันที่ ‘ศักยภาพพลังงาน’ รองรับ AI-หุ่นยนต์ทำงาน 24 ชม. จี้รัฐปรับตัวรับเม็ดเงินลงทุนยุคใหม่ เตือนอย่าจมปลักโมเดลเดิม

นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวบรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ปี 2569 หัวข้อ “เศรษฐกิจทั่วโลกจะหมุนไปทางไหน? ถอดมุมมองของผู้นำระดับโลกจากเวที World Economic Forum” โดยระบุว่า


โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน 5 มิติ ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์ การค้า เศรษฐกิจโลก เทคโนโลยี และบทบาทของอาเซียน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในทศวรรษหน้า


ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดที่สุด คือ ภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่กำลังเปลี่ยนจากยุคที่มหาอำนาจยึดกฎกติกาสากล มาเป็นการแข่งขันด้าน “อำนาจ” มากขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ส่งผลให้โลกเผชิญสงครามรูปแบบใหม่ ทั้งด้านพลังงาน เทคโนโลยี เงินทุน และความมั่นคงทางอาหาร แม้ยังไม่ใช่สงครามทางทหารโดยตรง แต่ได้ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน การลงทุน และเศรษฐกิจโลกแล้ว


ยกตัวอย่าง การจำกัดการส่งออกชิปประมวลผลขั้นสูงไปยังจีน รวมถึงข้อจำกัดด้านการลงทุนของสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนว่าการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจได้ขยายจากสนามการค้า ไปสู่สนามเทคโนโลยีและเงินทุนอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับประเทศไทย จุดแข็งสำคัญคือ ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ซึ่งอาจกลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ หากโลกเผชิญความขัดแย้งยืดเยื้อ ขณะเดียวกัน ประเทศขนาดกลางต่างเร่งจับมือกันมากขึ้น เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองกับมหาอำนาจ โดยยกตัวอย่างกรอบความร่วมมือ ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA) ที่มุ่งผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนให้เป็นตลาดเดียวในอนาคต

นอกจากนี้ ยังอ้างถึงแนวคิด “Thucydides Trap” ซึ่งอธิบายความเสี่ยงจากการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจเดิมกับมหาอำนาจใหม่ โดยระบุว่า แม้ประวัติศาสตร์หลายครั้งจะจบลงด้วยความขัดแย้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นทุกครั้ง

นายจิรายุส กล่าวอีกว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิตสินค้า ไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งมี AI บริการออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ และหุ่นยนต์ เป็นเครื่องยนต์สำคัญของการเติบโต อย่างการใช้บริการ AI อย่าง ChatGPT เป็นรูปแบบใหม่ของการค้าบริการดิจิทัล ที่สามารถสร้างรายได้ข้ามพรมแดน โดยไม่จำเป็นต้องมีสำนักงานหรือสินทรัพย์ทางกายภาพในประเทศผู้ใช้บริการ

AI และหุ่นยนต์จะเข้ามาเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เนื่องจากสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยชดเชยปัญหาขาดแคลนแรงงานและสังคมสูงวัย โดยบทบาทของมนุษย์จะค่อย ๆ เปลี่ยนจาก “ผู้ผลิต” ไปเป็น “ผู้บริโภค” มากขึ้น ขณะที่จีนเองก็เริ่มปรับโมเดลเศรษฐกิจจากการขับเคลื่อนด้วยการผลิตและส่งออก ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคภายในประเทศ

อย่างไรก็ดี AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่รูปแบบการทำงาน แต่จะทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพราะทั้ง AI และหุ่นยนต์ต่างต้องใช้ไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักในการทำงาน 

ดังนั้น ในอนาคตขนาดเศรษฐกิจของประเทศอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับศักยภาพในการผลิตพลังงาน เพื่อรองรับระบบ AI และหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานได้ตลอดเวลา

ส่วนเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ก็กำลังเปลี่ยนโฉมเช่นกัน โดยจะเป็น Digital FDI หรือการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลมากขึ้น ประเทศที่ต้องการดึงดูดเม็ดเงินดังกล่าว จำเป็นต้องเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ 

ไม่ว่าจะเป็นระบบพลังงาน ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ชิปประมวลผล ระบบคลาวด์ และแพลตฟอร์ม AI เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

โดยหลายประเทศเริ่มเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลควบคู่กับการเสริมความมั่นคงของประเทศแล้ว เพื่อเตรียมรับการแข่งขันทางเศรษฐกิจรอบใหม่ เตือนไทยอย่ามองแค่เศรษฐกิจเก่า

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN