
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เศรษฐกิจสิงคโปร์ขยายตัว 5.7% ในไตรมาส 2 ปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของ Reuters คาดการณ์ไว้ที่ 5.5% โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของภาคการผลิต แม้อัตราการขยายตัวจะชะลอลงจาก 6.3% ในไตรมาสแรก (ตัวเลขปรับปรุงใหม่) ตามข้อมูลเบื้องต้นของกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ (MTI)
ทั้งนี้ ภาคการผลิตสินค้า ขยายตัว 10.4% เพิ่มขึ้นจาก 8.4% ในไตรมาสแรก สะท้อนความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการผลิตที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ ขณะที่ภาคบริการเติบโต 4.6% ชะลอลงจาก 6.2% ในไตรมาสก่อน
สรุปข่าว
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เศรษฐกิจสิงคโปร์ขยายตัว 5.7% ในไตรมาส 2 ปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของ Reuters คาดการณ์ไว้ที่ 5.5% โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของภาคการผลิต แม้อัตราการขยายตัวจะชะลอลงจาก 6.3% ในไตรมาสแรก (ตัวเลขปรับปรุงใหม่) ตามข้อมูลเบื้องต้นของกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ (MTI)
ทั้งนี้ ภาคการผลิตสินค้า ขยายตัว 10.4% เพิ่มขึ้นจาก 8.4% ในไตรมาสแรก สะท้อนความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการผลิตที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ ขณะที่ภาคบริการเติบโต 4.6% ชะลอลงจาก 6.2% ในไตรมาสก่อน
ตัวเลขจีดีพีครั้งนี้มีขึ้นก่อนที่ธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: MAS) จะประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินประจำไตรมาสในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งตลาดจับตาว่าจะมีการปรับท่าทีด้านนโยบายหรือไม่
อย่างไรก็ตามแตกต่างจากธนาคารกลางส่วนใหญ่ MAS ไม่ใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินนโยบายการเงิน แต่ใช้การบริหาร อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สิงคโปร์ ผ่านกรอบการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนที่เรียกว่า Singapore Dollar Nominal Effective Exchange Rate (S$NEER) เพื่อควบคุมเงินเฟ้อและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกันอัตราเงินเฟ้อของสิงคโปร์ในเดือนพฤษภาคมทรงตัวที่ 1.8% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดร่วมตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 โดย MAS ระบุว่า ราคาพลังงานโลกยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปี 2568 และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2569 จะอยู่ในกรอบ 1.5%-2.5%
ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของประเทศจะเติบโต 2%-4% ในปี 2569 แต่เตือนว่าความเสี่ยงด้านลบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลก การส่งออก และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ที่มาข้อมูล : สำนักข่าว CNBC
ที่มารูปภาพ : TNN
