"สหรัฐฯ " ถล่มอิหร่าน 300 จุด น้ำมันพุ่ง-เศรษฐกิจโลกจ่อวิกฤต

Share on Line Share on Facebook Share on X

สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยกระดับความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังทั้งสองฝ่ายเปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างหนัก ขณะที่อิหร่านขยายพื้นที่โจมตีไปยังประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย พร้อมประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก 

การโจมตีระลอกล่าสุดของอิหร่านครอบคลุมทั้งกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต จอร์แดน และโอมาน โดยมุ่งเป้าไปยังฐานทัพและสิ่งอำนวยความสะดวกของสหรัฐฯ รวมถึงประเทศพันธมิตร

กาตาร์ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดวัตถุ คูเวตรายงานว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันได้รับความเสียหายและมีคนงานบาดเจ็บ ส่วนบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดระบบป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อสกัดขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน

ด้านสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านระลอกใหม่ โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือเซนต์คอม ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน 140 แห่งภายในวันเดียว และรวมแล้วมากกว่า 300 แห่งตลอดช่วง 3 คืนที่ผ่านมา เพื่อทำลายศักยภาพในการโจมตีเรือสินค้าและเรือพลเรือนในช่องแคบฮอร์มุซ

สรุปข่าว

ตะวันออกกลางเผชิญการยกระดับความรุนแรงครั้งใหม่ อิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีหลายประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย พร้อมประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ ระดมโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านมากกว่า 300 แห่ง ดันราคาน้ำมันพุ่งและเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก

สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยกระดับความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังทั้งสองฝ่ายเปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างหนัก ขณะที่อิหร่านขยายพื้นที่โจมตีไปยังประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย พร้อมประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก 

การโจมตีระลอกล่าสุดของอิหร่านครอบคลุมทั้งกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต จอร์แดน และโอมาน โดยมุ่งเป้าไปยังฐานทัพและสิ่งอำนวยความสะดวกของสหรัฐฯ รวมถึงประเทศพันธมิตร

กาตาร์ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดวัตถุ คูเวตรายงานว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันได้รับความเสียหายและมีคนงานบาดเจ็บ ส่วนบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดระบบป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อสกัดขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน

ด้านสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านระลอกใหม่ โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือเซนต์คอม ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน 140 แห่งภายในวันเดียว และรวมแล้วมากกว่า 300 แห่งตลอดช่วง 3 คืนที่ผ่านมา เพื่อทำลายศักยภาพในการโจมตีเรือสินค้าและเรือพลเรือนในช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะเดียวกัน อิหร่านประกาศว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่สามารถทำได้ในขณะนี้ โดยอ้างเหตุจากความเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐฯ และเตือนว่า เรือทุกลำต้องได้รับอนุญาตและเดินทางตามเส้นทางที่อิหร่านกำหนด

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยืนยันว่า อิหร่านไม่มีอำนาจควบคุมช่องแคบแห่งนี้ และการเดินเรือยังดำเนินต่อไปผ่านเส้นทางตอนใต้ใกล้ชายฝั่งโอมาน แม้ศูนย์ข้อมูลความมั่นคงทางทะเลที่นำโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ จะประเมินว่า ภัยคุกคามในพื้นที่ยังอยู่ในระดับรุนแรง

ความขัดแย้งครั้งนี้เริ่มกระทบภาคขนส่งอย่างชัดเจน หลังเรือคอนเทนเนอร์ จีเอฟเอส กาแล็กซี ถูกโจมตีนอกชายฝั่งโอมาน ลูกเรือ 23 คนได้รับการช่วยเหลือ แต่ยังมีชาวอินเดียสูญหาย 1 คน ขณะที่กาตาร์สั่งระงับกิจกรรมของเรือทุกประเภท ทั้งเรือสินค้า เรือประมง และเรือเพื่อการท่องเที่ยว

ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นกว่าร้อยละ 3 มาอยู่บริเวณ 78 ดอลลาร์ 50 เซนต์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 3 อยู่ที่ประมาณ 73 ดอลลาร์ 83 เซนต์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ท่ามกลางความกังวลว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะซ้ำเติมเงินเฟ้อและต้นทุนการดำเนินธุรกิจทั่วโลก

อุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงประกอบด้วยสายการบิน การเดินเรือ ปิโตรเคมี โลจิสติกส์ และผู้ผลิตสินค้าที่ใช้พลังงานจำนวนมาก ขณะที่ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอาจเผชิญแรงกดดันต่อค่าเงิน ดุลการค้า และราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ