
“ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์” บริษัทเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ มีแนวโน้มจะรายงานกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 18 เท่า ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมีแรงหนุนจากกระแสบูมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำให้ความต้องการชิปเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ “ซัมซุง” มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้
LSEG SmartEstimate ซึ่งอิงจากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ 30 คน ระบุว่า “ซัมซุง” ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่สุดของโลกเมื่อวัดในแง่ยอดขาย น่าจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 โดยมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 86 ล้านล้านวอน หรือ 5.635 หมื่นล้านดอลลาร์
กำไรจากการดำเนินงานดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 4.7 ล้านล้านวอนในปีที่แล้ว และนี่จะเป็นไตรมาส 3 ติดต่อกันที่บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนปัญหาขาดแคลนชิปหน่วยความจำที่ยืดเยื้อ เนื่องจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ปริมาณการผลิตชิปไม่เพียงพอรับความต้องการ
สรุปข่าว
“ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์” บริษัทเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ มีแนวโน้มจะรายงานกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 18 เท่า ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมีแรงหนุนจากกระแสบูมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำให้ความต้องการชิปเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ “ซัมซุง” มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้
LSEG SmartEstimate ซึ่งอิงจากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ 30 คน ระบุว่า “ซัมซุง” ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่สุดของโลกเมื่อวัดในแง่ยอดขาย น่าจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 โดยมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 86 ล้านล้านวอน หรือ 5.635 หมื่นล้านดอลลาร์
กำไรจากการดำเนินงานดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 4.7 ล้านล้านวอนในปีที่แล้ว และนี่จะเป็นไตรมาส 3 ติดต่อกันที่บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนปัญหาขาดแคลนชิปหน่วยความจำที่ยืดเยื้อ เนื่องจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ปริมาณการผลิตชิปไม่เพียงพอรับความต้องการ
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตลาดชิปหน่วยความจำจะยังคงมีอุปริมาณการผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการบริโภคไปจนถึงปี 2570
ปัญหาขาดแคลนชิปหน่วยความจำที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องได้ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำขยับขึ้นอย่างมาก โดยราคาหุ้น “ซัมซุง” พุ่งขึ้นร้อยละ 158 ตามด้วย “SK ไฮนิกซ์” ทะยานขึ้นร้อยละ 273 และ “ไมครอน” พุ่งขึ้นร้อยละ 242 ในปีนี้ ส่งผลให้มูลค่าตลาดของทั้ง 3 บริษัทขยับสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ความยั่งยืนเกี่ยวกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI เป็นความเสี่ยงที่สำคัญสุดต่อการเติบโตของตลาดหน่วยความจำในปัจจุบัน
- AI ช่วยให้งานง่ายขึ้น แต่ทำไมเรายังเหนื่อย? รู้จัก AI Brain Fry ภาวะสมองล้าจากการใช้ AI มากเกินไป
- HKEX ปั้นดัชนีใหม่ รับเมกะเทรนด์ AI ปลุกตลาดหุ้นฮ่องกง
- “Data Center” บูมใน “ออสเตรเลีย” ขุมพลังไอที หรือระเบิดเวลาเศรษฐกิจ ?
- เปิดลิสต์ 10 "เทคโนโลยี" ดาวรุ่ง รากฐานเศรษฐกิจยุคใหม่
- มาแน่! ชิป Made in USA "ทรัมป์" เผย Apple จับมือ Intel เดินหน้าผลิตในประเทศ
