HKEX ปั้นดัชนีใหม่ รับเมกะเทรนด์ AI ปลุกตลาดหุ้นฮ่องกง

Share on Line Share on Facebook Share on X
HKEX ปั้นดัชนีใหม่ รับเมกะเทรนด์ AI  ปลุกตลาดหุ้นฮ่องกง

รายงานระบุว่า HKEX เตรียมเปิดซื้อขายกองทุน ETF ที่อ้างอิง HKEX Tech 100 Index เป็นครั้งแรกในวันนี้ (26 มิ.ย.) โดยดัชนีดังกล่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา และติดตามความเคลื่อนไหวของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ 100 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง ครอบคลุม 6 กลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึง AI หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีชีวภาพ

สรุปข่าว

ฮ่องกง เอ็กซ์เชนจ์ส แอนด์ เคลียร์ริง (HKEX) ผู้ดำเนินการตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เตรียมเปิดตัวดัชนีอ้างอิงและผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่เพิ่มเติม หลังดัชนีหลักของตลาดให้ผลตอบแทนตามหลังตลาดหุ้นในภูมิภาค ท่ามกลางกระแสลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีที่ได้แรงหนุนจากปัญญาประดิษฐ์ (AI)

รายงานระบุว่า HKEX เตรียมเปิดซื้อขายกองทุน ETF ที่อ้างอิง HKEX Tech 100 Index เป็นครั้งแรกในวันนี้ (26 มิ.ย.) โดยดัชนีดังกล่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา และติดตามความเคลื่อนไหวของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ 100 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง ครอบคลุม 6 กลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึง AI หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีชีวภาพ

ริชาร์ด เหลียง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศกลุ่มของ HKEX เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับผู้จัดการกองทุนในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อออกกองทุน ETF ที่อ้างอิงดัชนีดังกล่าวเพิ่มเติม พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่น ๆ ทั้งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและตราสารอนุพันธ์นอกตลาด (OTC)


เหลียงระบุว่า การที่บริษัทเทคโนโลยีจากจีนแผ่นดินใหญ่ทยอยเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงมากขึ้น ส่งผลให้โครงสร้างตลาดและความต้องการของนักลงทุนเปลี่ยนแปลงไป


เหลียงเสริมว่า การพัฒนาธุรกิจดัชนีจะช่วยให้ HKEX มีดัชนีที่สะท้อนทิศทางตลาดได้ดียิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนในการเข้าถึงการลงทุนในบริษัทด้านนวัตกรรมของจีน

ปัจจุบัน นอกจาก HKEX Tech 100 Index แล้ว HKEX ยังเปิดตัวดัชนีข้ามตลาดอีก 3 ดัชนี ได้แก่ HKEX Tech & US Tech 100, HKEX Bursa Malaysia Large Cap และ HKEX KRX Semiconductor


ด้านเกรกอรี หยู หัวหน้าฝ่ายตลาดของ HKEX กล่าวว่า HKEX มีข้อมูลการซื้อขายในตลาดจำนวนมหาศาล จึงมีความพร้อมในการพัฒนาดัชนีของตนเอง ซึ่งจะช่วยต่อยอดการสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นฮ่องกงได้มากขึ้น 

ที่มาข้อมูล : Ryt9.com

ที่มารูปภาพ : TNN Wealth