"ฟิทช์" จับตา 3 ธุรกิจไทยหนี้พุ่งเสี่ยงสูง

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายโอบบุญ ถิรจิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายจัดอันดับเครดิตภาคอุตสาหกรรม บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจบันบริษัทขนาดใหญ่ของไทยเผชิญแรงกดดันหลายด้านในปี 2569 ได้แก่ สภาวะแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่ท้าทายมากขึ้น 

จากอัตราส่วนหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงจากการลงทุนขนาดใหญ่ต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และความต้องการเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ  ซึ่งแรงกดดันดังกล่าวมีความชัดเจนมากที่สุดในกลุ่มปิโตรเคมี อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภคด้านพลังงาน ขณะที่ธุรกิจกลุ่มโทรคมนาคมมีสถานะที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง 



สรุปข่าว

"ฟิทช์ เรทติ้งส์" เปิด 3 ธุรกิจอุตสาหกรรมใหญ่ไทยรับศึกหนักปี 2569 ทั้งแบกหนี้สูง-เสี่ยงรีไฟแนนซ์ พร้อมชูตลาด"การเงินยั่งยืนโลก" เป็นเกราะกำบังภูมิรัฐศาสตร์

นายโอบบุญ ถิรจิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายจัดอันดับเครดิตภาคอุตสาหกรรม บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจบันบริษัทขนาดใหญ่ของไทยเผชิญแรงกดดันหลายด้านในปี 2569 ได้แก่ สภาวะแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่ท้าทายมากขึ้น 

จากอัตราส่วนหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงจากการลงทุนขนาดใหญ่ต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และความต้องการเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ  ซึ่งแรงกดดันดังกล่าวมีความชัดเจนมากที่สุดในกลุ่มปิโตรเคมี อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภคด้านพลังงาน ขณะที่ธุรกิจกลุ่มโทรคมนาคมมีสถานะที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง 



โดยผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ที่สุด 10 รายของไทยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA โดยรวมอยู่ที่ 3.7 เท่าในปี 2568  ซึ่งถือว่าสูงกว่าบริษัทในไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ฟิทช์จัดอันดับเครดิต ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2 เท่า 

ดังนั้นการมีอัตราส่วนหนี้สินในระดับสูงควบคู่กับการพึ่งพาตลาดตราสารหนี้ในประเทศเป็นหลัก อาจส่งผลให้ความยืดหยุ่นทางการเงินปรับตัวลดลง และเพิ่มความเสี่ยงด้านการรีไฟแนนซ์ หากภาวะตลาดการเงินตึงตัวมากขึ้น 

แต่อย่างไรก็ตามแม้จะมีความเสี่ยงมากแต่ก็ยังมีปัจจัยบวกจากการลงทุนในไทยที่ยังสดใส


ด้านนายวินเซนต์ มิลตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า  ตลาดการเงินเพื่อความยั่งยืนของโลก (global sustainable finance market) จะยังคงมีความยืดหยุ่น และน่าจะสามารถรับมือกับแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้ 

โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากยุโรปในแง่ของการออกตราสารหนี้ประเภท เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green Bond) เพื่อสังคม (social Bond) เพื่อความยั่งยืน (sustainable bond) และตราสารหนี้ที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน (sustainable-linked bond) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29 ของมูลค่าการออกตราสารในปี 2568 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ

ย่อโลกเศรษฐกิจฟิทช์ เรทติ้งส์รีไฟแนนซ์
การเงินยั่งยืนโลก
วินเซนต์ มิลตัน
โอบบุญ ถิรจิต