สนค.ชี้สหรัฐลดกฎระเบียบภาคเกษตร ชูโมเดล From Volume to Value ดันไทยสู่ตลาดมูลค่าสูง

Share on Line Share on Facebook Share on X
สนค.ชี้สหรัฐลดกฎระเบียบภาคเกษตร ชูโมเดล From Volume to Value  ดันไทยสู่ตลาดมูลค่าสูง
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ จับตาการปรับยุทธศาสตร์ภาคเกษตรครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้ามาตรการ “A Deregulatory Agenda for American Agriculture & Consumers” ลดกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน การแปรรูปสินค้าเกษตร และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดต้นทุนการผลิตและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก พร้อมชี้ไทยต้องเร่งปรับเกมจากการแข่งด้วย “ปริมาณ” สู่ “มูลค่า” เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า สนค.ได้ติดตามทิศทางนโยบายภาคเกษตรของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) เผยแพร่รายงาน “A Deregulatory Agenda for American Agriculture & Consumers” ซึ่งสะท้อนแนวทางการปฏิรูประบบกำกับดูแลภาคเกษตรและอาหารภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมุ่งลดข้อจำกัดทางกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงด้านอาหารและความมั่นคงของชาติ


สรุปข่าว

สนค.จับตาสหรัฐฯ เดินหน้าลดกฎระเบียบภาคเกษตรครั้งใหญ่ เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และยกระดับห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรโลก ชี้นโยบายดังกล่าวจะเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศคู่ค้า รวมถึงไทย ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญอันดับ 2 รองจากจีน แนะไทยเร่งปรับยุทธศาสตร์ "From Volume to Value" พัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ใช้นวัตกรรมเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันในตลาดโลก
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ จับตาการปรับยุทธศาสตร์ภาคเกษตรครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้ามาตรการ “A Deregulatory Agenda for American Agriculture & Consumers” ลดกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน การแปรรูปสินค้าเกษตร และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดต้นทุนการผลิตและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก พร้อมชี้ไทยต้องเร่งปรับเกมจากการแข่งด้วย “ปริมาณ” สู่ “มูลค่า” เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า สนค.ได้ติดตามทิศทางนโยบายภาคเกษตรของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) เผยแพร่รายงาน “A Deregulatory Agenda for American Agriculture & Consumers” ซึ่งสะท้อนแนวทางการปฏิรูประบบกำกับดูแลภาคเกษตรและอาหารภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมุ่งลดข้อจำกัดทางกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงด้านอาหารและความมั่นคงของชาติ


รายงานดังกล่าวกำหนดมาตรการสำคัญ 6 ด้าน ได้แก่ การลดกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อน การปลดล็อกการพัฒนาด้านพลังงานและแร่สำคัญ การผ่อนคลายข้อกำหนดเพื่อช่วยลดต้นทุนผู้บริโภค การยกระดับบทบาทเกษตรกร การสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบเพื่อความมั่นคงทางอาหาร และการปฏิรูประบบแรงงานภาคเกษตร ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทำให้สินค้าเกษตรและอาหารของสหรัฐฯ มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นในตลาดโลก

สนค.ประเมินว่า การปฏิรูปดังกล่าวไม่ได้ส่งผลเฉพาะภาคเกษตร แต่ยังครอบคลุมภาคพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของสหรัฐฯ ลดลงในเชิงโครงสร้าง และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศคู่ค้า รวมถึงไทย ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญอันดับ 2 รองจากจีน

ทั้งนี้ สนค.เสนอ 4 บทเรียนสำคัญที่ไทยควรนำมาปรับใช้ ได้แก่ การใช้การลดกฎระเบียบเป็นเครื่องมือลดต้นทุน การส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมควบคู่กับกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน การคุ้มครองผู้ผลิตพร้อมเปิดเสรีการค้าอย่างสมดุล และการพัฒนาระบบนิเวศการผลิต การแปรรูป และการตลาดให้เชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่มูลค่า

นายนันทพงษ์กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ไทยต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์ภาคเกษตร จากการแข่งขันด้านปริมาณ (Volume) ไปสู่การแข่งขันด้วยมูลค่า (Value) ผ่านการพัฒนาสินค้าเกษตรคุณภาพสูง สินค้าแปรรูป และสินค้าเชิงนวัตกรรม เพื่อยกระดับมูลค่าเพิ่ม สร้างความแตกต่าง และรักษาส่วนแบ่งตลาดในเวทีการค้าโลก

สำหรับปี 2568 การค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยและสหรัฐฯ มีมูลค่า 7,068.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปสหรัฐฯ มูลค่า 5,550.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มูลค่า 1,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนความสำคัญของตลาดสหรัฐฯ ต่อภาคเกษตรไทย

ที่มาข้อมูล : สนค.

ที่มารูปภาพ : สนค.