สหรัฐฯ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี ประกาศเอกราช ทรัมป์กล่าว “อเมริกากลับมาแล้ว”

Share on Line Share on Facebook Share on X
สหรัฐฯ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี ประกาศเอกราช ทรัมป์กล่าว “อเมริกากลับมาแล้ว”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการของงานเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีวันประกาศเอกราชของสหรัฐอเมริกา ภายใต้ชื่องาน Great American State Fair ซึ่งจัดขึ้นที่ National Mall ในกรุงวอชิงตันดี.ซี. พร้อมกับประกาศว่า “อเมริกาได้กับมาแล้ว” และยกย่องว่านี่คืองานฉลองวันชาติที่น่าจดจำที่สุดเท่าที่ประเทศใดก็ตามเคยจัดมา ซึ่งในช่วงพิธีเปิด ยังมีการแสดงอากาศยานของกองทัพอากาศสหรัฐฯ มาบินโชว์เหนืออนุสาวรีย์วอชิงตัน นำทีมโดยเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 Spirit และเครื่องบินขับไล่ F-35 Lightning II ของบริษัท Lockheed Martin ก่อนเปิดงานอย่างเป็นทางการ 

ทรัมป์ ยังได้กล่าวสุนทรพจน์บนเวทีเพื่อปลุกใจเพื่อนร่วมชาติของเขาว่า  “อย่างที่ทุกคนทราบเมื่อไม่นานมานี้สหรัฐฯ เหมือนตายไปแล้วแต่ตอนนี้สหรัฐฯ กลับเป็นประเทศที่ร้อนแรงที่สุดในโลกเพราะได้รับความเคารพจากทุกคนและไม่มีใครหัวเราะเยาะสหรัฐฯ ได้อีกต่อไป”

นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอีกมากมายและหนึ่งในนั้นคือประเด็น สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยทรัมป์กล่าวว่า “เมื่อสัปดาห์ที่แล้วสหรัฐฯ ได้ลงนามในข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์เพื่อยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน และมีการตกลงให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขามองว่าเป็นความสำเร็จอย่างที่ไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใดทำสำเร็จมาก่อน”

ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า “อิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไปและด้วยอำนาจและความสามารถของกองทัพสหรัฐฯ อิหร่านไม่มีกองทัพเรือ ไม่มีกองทัพอากาศ ไม่มีขีดความสามารถในการป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงไม่มีแท่นยิงขีปนาวุธ ไม่มีศักยภาพด้านการผลิตทางทหาร และผู้นำของพวกเขาก็ถูกสังหารไปแล้วและเป็นครั้งแรกในรอบ 3,000 ปี ในที่สุดก็กำลังจะมีสันติภาพในตะวันออกกลาง”

สรุปข่าว

สหรัฐฯ จัดพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปี วันประกาศเอกราชอย่างยิ่งใหญ่ โดยมี “ทรัมป์” ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ปลุกใจว่าอเมริกาเหมือนตายไปแล้วแต่ตอนนี้ “อเมริกาได้กับมาแล้ว”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการของงานเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีวันประกาศเอกราชของสหรัฐอเมริกา ภายใต้ชื่องาน Great American State Fair ซึ่งจัดขึ้นที่ National Mall ในกรุงวอชิงตันดี.ซี. พร้อมกับประกาศว่า “อเมริกาได้กับมาแล้ว” และยกย่องว่านี่คืองานฉลองวันชาติที่น่าจดจำที่สุดเท่าที่ประเทศใดก็ตามเคยจัดมา ซึ่งในช่วงพิธีเปิด ยังมีการแสดงอากาศยานของกองทัพอากาศสหรัฐฯ มาบินโชว์เหนืออนุสาวรีย์วอชิงตัน นำทีมโดยเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 Spirit และเครื่องบินขับไล่ F-35 Lightning II ของบริษัท Lockheed Martin ก่อนเปิดงานอย่างเป็นทางการ 

ทรัมป์ ยังได้กล่าวสุนทรพจน์บนเวทีเพื่อปลุกใจเพื่อนร่วมชาติของเขาว่า  “อย่างที่ทุกคนทราบเมื่อไม่นานมานี้สหรัฐฯ เหมือนตายไปแล้วแต่ตอนนี้สหรัฐฯ กลับเป็นประเทศที่ร้อนแรงที่สุดในโลกเพราะได้รับความเคารพจากทุกคนและไม่มีใครหัวเราะเยาะสหรัฐฯ ได้อีกต่อไป”

นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอีกมากมายและหนึ่งในนั้นคือประเด็น สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยทรัมป์กล่าวว่า “เมื่อสัปดาห์ที่แล้วสหรัฐฯ ได้ลงนามในข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์เพื่อยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน และมีการตกลงให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขามองว่าเป็นความสำเร็จอย่างที่ไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใดทำสำเร็จมาก่อน”

ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า “อิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไปและด้วยอำนาจและความสามารถของกองทัพสหรัฐฯ อิหร่านไม่มีกองทัพเรือ ไม่มีกองทัพอากาศ ไม่มีขีดความสามารถในการป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงไม่มีแท่นยิงขีปนาวุธ ไม่มีศักยภาพด้านการผลิตทางทหาร และผู้นำของพวกเขาก็ถูกสังหารไปแล้วและเป็นครั้งแรกในรอบ 3,000 ปี ในที่สุดก็กำลังจะมีสันติภาพในตะวันออกกลาง”

นอกจากเรื่องอิหร่าน ทรัมป์ยังไล่เรียงสิ่งที่เขามองว่าเป็น “ชัยชนะ” ของรัฐบาลไม่ว่าจะมาตรการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายและร่างกฎหมายภาษีฉบับใหม่ โดยทรัมป์ได้กล่าวติดตลกว่าสมัยการปฏิวัติอเมริกามีคำขวัญว่า “ไม่เก็บภาษีน้ำชา” แต่ในตอนนี้ร่างกฎหมายที่มีชื่อว่า Great Big Beautiful Bill ในรัฐบาลของเขากลับทำได้ดียิ่งกว่าเหตุในอดีตเสียอีก พร้อมทั้งย้ำอีกครั้งว่า “ไม่เคยมีประเทศใดในโลกที่เหมือนกับสหรัฐอเมริกา เพราะในวันนี้สหรัฐฯ มีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก มีเทคโนโลยีที่ทรงพลังที่สุดในโลก มีวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และเหนือสิ่งอื่นใดคือมีประชาชนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก”

อย่างไรก็ตาม เดิมทีในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้จะมีศิลปินชื่อดังที่จะขึ้นแสดงในพิธีเปิด แต่ศิลปินหลายคนได้ถอนตัวจากงาน โดยให้เหตุผลว่ากิจกรรมดังกล่าวมีนัยยะทางการเมืองมากเกินไป สุดท้ายผู้ที่ขึ้นแสดงแทนคือ “คริสโตเฟอร์  แมคคิโอ” นักร้องโอเปรา และ “ลี กรีนวู้ด” นักร้องเพลงคันทรี เจ้าของเพลง God Bless the USA ซึ่งถูกใช้ในงานชุมนุมของกลุ่ม MAGA มาอย่างต่อเนื่องหลายปี และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ขาดไม่ได้ก่อนที่ทรัมป์จะเดินลงจากเวที วงดุริยางค์ได้บรรเลงเพลง YMCA ที่เป็นเหมือนเพลงประจำตัวของทรัมป์ไปแล้วและทรัมป์ก็ไม่ลืมจะออกสเต็ปเต้นท่าสุดเป็นเอกลักษณ์ของเขาก่อนเดินลงจากเวที

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters

แท็กบทความ