วงการอีคอมเมิร์ซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนอีกระลอก เมื่อล่าสุด Lazada หนึ่งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ประกาศปลดพนักงานประมาณ 5% ของพนักงานทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนว่าการแข่งขันในธุรกิจนี้ยังคงดุเดือด แม้ตลาดจะเติบโตต่อเนื่องก็ตาม
Business Times รายงานเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนว่า การปรับลดพนักงานครั้งนี้ครอบคลุมหลายประเทศในภูมิภาค รวมถึงสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคของบริษัท โดยการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการทบทวนและประเมินบทบาทหน้าที่ของตำแหน่งงานในแต่ละตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจ ประสิทธิภาพองค์กร และทิศทางการดำเนินงานในอนาคต
สรุปข่าว
วงการอีคอมเมิร์ซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนอีกระลอก เมื่อล่าสุด Lazada หนึ่งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ประกาศปลดพนักงานประมาณ 5% ของพนักงานทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนว่าการแข่งขันในธุรกิจนี้ยังคงดุเดือด แม้ตลาดจะเติบโตต่อเนื่องก็ตาม
Business Times รายงานเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนว่า การปรับลดพนักงานครั้งนี้ครอบคลุมหลายประเทศในภูมิภาค รวมถึงสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคของบริษัท โดยการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการทบทวนและประเมินบทบาทหน้าที่ของตำแหน่งงานในแต่ละตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจ ประสิทธิภาพองค์กร และทิศทางการดำเนินงานในอนาคต
แม้บริษัทจะไม่เปิดเผยว่าตำแหน่งใดได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่ยืนยันว่าการลดจำนวนพนักงานในครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาแทนแรงงานตามที่หลายฝ่ายกังวลสำหรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบ บริษัทระบุว่าจะดำเนินการตามกฎหมายแรงงานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศอย่างครบถ้วน
อย่างไรก็ตามการปลดพนักงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่สะท้อนแนวโน้มการปรับโครงสร้างของธุรกิจเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซในภูมิภาค เพราะก่อนหน้านี้เพียงไม่นาน Shopee คู่แข่งรายสำคัญของ Lazada ก็เพิ่งประกาศปลดพนักงานในฝ่ายพัฒนาซอฟต์แวร์หลายร้อยตำแหน่ง คิดเป็นประมาณ 8% ของพนักงานทั้งหมด
นั่นหมายความว่า ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุด 2 รายในตลาดอีคอมเมิร์ซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่างกำลังเดินหน้าลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรในช่วงเวลาใกล้เคียงกันคำถามสำคัญคือ เหตุใดธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ยังเติบโต จึงต้องลดคนอย่างต่อเนื่อง คำตอบอยู่ที่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในตลาดภูมิภาค ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้เล่นอีคอมเมิร์ซใช้กลยุทธ์อัดโปรโมชั่น ส่งฟรี แจกคูปอง และอุดหนุนค่าขนส่งจำนวนมหาศาล เพื่อแย่งชิงลูกค้าและร้านค้าเข้าสู่แพลตฟอร์ม แม้ช่วยเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งตลาด แต่ก็ทำให้หลายบริษัทต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมากและยังไม่สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างยั่งยืน
ดังนั้นการปรับลดพนักงานในครั้งนี้ อาจเป็นเพียงสัญญาณเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหม่ในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ ที่จากเดิมเคยแข่งขันกันด้วยการเผาเงินและเร่งขยายตลาด กำลังเข้าสู่ยุคที่บริษัทต้องพิสูจน์ความสามารถในการทำกำไรอย่างจริงจังมากขึ้น
- ใครเป็นบ้าง? "ซื้อน้อย ซื้อบ่อย ซื้อทุกวัน" สงครามส่งด่วนของจริง พฤติกรรมคนไทย ที่ทุกธุรกิจต้องรู้ ในยุค Speed Economy
- จับตาสงครามแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ใครได้ประโยชน์จากเกมโจมตีต่างชาติ
- "จีน" บี้ผู้ค้าออนไลน์ส่งข้อมูลเช็คบิล "อีคอมเมิร์ซ" เลี่ยงภาษี รายใหญ่โดนถ้วนหน้า
- อีคอมเมิร์ซจีนแข่งส่งไวภายใน 1 ชั่วโมงไทยต้องปรับตัวรับเทรนด์ผู้บริโภค
- M-commerce ฮอตฮิตในยุคการใช้ชีวิตนิวนอร์มอล
ที่มาข้อมูล : TNN รวบรวม
ที่มารูปภาพ : AI
