
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK ขานรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
สรุปข่าว
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK ขานรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ตลอดจนต้นทุนด้านพลังงานและต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการในหลายภาคธุรกิจ ภายใต้กรอบหลักการ “มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง” (SMEs Secure+) ของ ธปท.
ด้วยการออกมาตรการ “มีทรัพย์ มีทุน” กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เสริมสภาพคล่อง และดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ภายใต้มาตรการดังกล่าว EXIM BANK พร้อมให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่มีหลักประกัน โดยกำหนดเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพของผู้ประกอบการแต่ละรายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดภายใต้มาตรการ “มีทรัพย์ มีทุน” ซึ่งจะช่วยเติมทุนให้ SMEs ที่มีหลักประกัน เพิ่มสภาพคล่องและศักยภาพในการฟื้นฟูกิจการให้ธุรกิจเดินหน้าต่ออย่างมั่นคง
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถขอรับการสนับสนุนทางการเงินด้วยระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 50 ล้านบาท และอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 4.80% ต่อปี (Prime Rate-1.25%)
EXIM BANK เชื่อมั่นว่าการดำเนินมาตรการเชิงรุกภายใต้มาตรการ “มีทรัพย์ มีทุน” จะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยให้สามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจและภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งรักษาระดับการจ้างงาน เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ภาคธุรกิจไทย และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
- ธ.ก.ส.อนุมัติปล่อยกู้ดอกเบี้ยคนละครึ่ง 3 หมื่นล้าน ดอกเบี้ยร้อยละ 3
- สมาพันธ์ SME ไทย ชงกระทรวงอุตฯฟื้นเศรษฐกิจฐานราก
- ธปท. จัดระเบียบใหม่ ค่าธรรมเนียมแบงก์ ห้ามเก็บซ้ำซ้อน เริ่ม 1 ก.ค.นี้
- ธปท. ชี้เศรษฐกิจไทย เดือนเม.ย. ชะลอลง ต้นทุนพลังงานและท่องเที่ยวอ่อนแรง
- EXIM BANK ชี้"ส่งออกไทย"ปี 69 โตพุ่งร้อยละ 7 แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญวิกฤต
