ครม.ต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษี 2 เท่า ถึงปี 2570

Share on Line Share on Facebook Share on X
ครม.ต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษี 2 เท่า ถึงปี 2570

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร จำนวน 2 ฉบับ เพื่อขยายระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาและการกีฬา ผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากร

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการต่ออายุสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 โดยกำหนดให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 รวมระยะเวลา 3 ปี

ภายใต้มาตรการนี้ บุคคลธรรมดาจะสามารถนำเงินบริจาคมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค ขณะที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำไปหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าเช่นกัน โดยต้องเป็นการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

สรุปข่าว

ครม. อนุมัติหลักการขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อการศึกษาและกีฬา ผ่านระบบ e-Donation ต่ออีก 3 ปี บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลยังสามารถนำยอดบริจาคมาหักลดหย่อนหรือหักรายจ่ายได้ 2 เท่า ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 - 31 ธ.ค. 2570 คาดมีผู้ใช้สิทธิกว่า 1 ล้านรายต่อปี แม้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีปีละ 1,600 ล้านบาท แต่ช่วยระดมทุนสนับสนุนการศึกษาและกีฬาอย่างต่อเนื่อง

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร จำนวน 2 ฉบับ เพื่อขยายระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาและการกีฬา ผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากร

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการต่ออายุสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 โดยกำหนดให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 รวมระยะเวลา 3 ปี

ภายใต้มาตรการนี้ บุคคลธรรมดาจะสามารถนำเงินบริจาคมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค ขณะที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำไปหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าเช่นกัน โดยต้องเป็นการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

ทั้งนี้ หลังร่างพระราชกฤษฎีกามีผลบังคับใช้ กรมสรรพากรจะออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ

กระทรวงการคลังประเมินว่า มาตรการดังกล่าวจะมีผู้ใช้สิทธิทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลรวมกันประมาณ 1 ล้านรายต่อปี ส่งผลให้ภาครัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีราว 1,600 ล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 4,800 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 3 ปี

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมองว่ามาตรการนี้จะช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและภาคประชาชนในการสนับสนุนการศึกษาและการกีฬาของประเทศอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการช่วยแบ่งเบาภาระงบประมาณของภาครัฐ และเพิ่มแหล่งเงินสนับสนุนสำหรับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และศักยภาพด้านกีฬาของไทยในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : ครม.

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ

สิทธิประโยชน์ทางภาษี
e-Donation
นิติบุคค
บุคคลธรรมดา
เสียภาษี